โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 31625 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 31625

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 31625 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 31625 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 5, 11, 23, 25, 55, 115, 125, 253, 275, 575, 1265, 1375, 2875, 6325, 31625
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
31625 ÷ 1=31625เหลือเศษ 0
31625 ÷ 5=6325เหลือเศษ 0
31625 ÷ 11=2875เหลือเศษ 0
31625 ÷ 23=1375เหลือเศษ 0
31625 ÷ 25=1265เหลือเศษ 0
31625 ÷ 55=575เหลือเศษ 0
31625 ÷ 115=275เหลือเศษ 0
31625 ÷ 125=253เหลือเศษ 0
31625 ÷ 253=125เหลือเศษ 0
31625 ÷ 275=115เหลือเศษ 0
31625 ÷ 575=55เหลือเศษ 0
31625 ÷ 1265=25เหลือเศษ 0
31625 ÷ 1375=23เหลือเศษ 0
31625 ÷ 2875=11เหลือเศษ 0
31625 ÷ 6325=5เหลือเศษ 0
31625 ÷ 31625=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 31625
1 x 31625
5 x 6325
11 x 2875
23 x 1375
25 x 1265
55 x 575
115 x 275
125 x 253
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 31625
1 + 5 + 11 + 23 + 25 + 55 + 115 + 125 + 253 + 275 + 575 + 1265 + 1375 + 2875 + 6325 + 31625 = 44928
ตัวประกอบของ 31625 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 11, 23
การแยกตัวประกอบคืออะไร

31625 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

31625 = 5 x 5 x 5 x 11 x 23
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 31625 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
31625 = 53 x 11 x 23
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 31625 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 31625 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 31625 มา 1 คู่ เช่น 5 x 6325
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31625
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31625 แบบที่หนึ่ง
  • 31625
    • 125
      • 5
      • 25
        • 5
        • 5
    • 253
      • 11
      • 23

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31625 แบบที่สอง
  • 31625
    • 5
    • 6325
      • 5
      • 1265
        • 5
        • 253
          • 11
          • 23
ดังนั้น 31625 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31625 = 5 x 5 x 5 x 11 x 23
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31625 = 53 x 11 x 23 หรือ 53 x 111 x 231

2. การแยกตัวประกอบของ 31625 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 31625 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31625 นั้นก็คือ 5, 11, 23 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31625

5
)31625
5
)6325
5
)1265
11
)253
23
)23
1
ดังนั้น 31625 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31625 = 5 x 5 x 5 x 11 x 23
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31625 = 53 x 11 x 23 หรือ 53 x 111 x 231

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 31625

1แยกตัวประกอบของ 31625 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 53 x 111 x 231
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31625 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 31625 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇