โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 20115 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 20115

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 20115 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 20115 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 5, 9, 15, 27, 45, 135, 149, 447, 745, 1341, 2235, 4023, 6705, 20115
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
20115 ÷ 1=20115เหลือเศษ 0
20115 ÷ 3=6705เหลือเศษ 0
20115 ÷ 5=4023เหลือเศษ 0
20115 ÷ 9=2235เหลือเศษ 0
20115 ÷ 15=1341เหลือเศษ 0
20115 ÷ 27=745เหลือเศษ 0
20115 ÷ 45=447เหลือเศษ 0
20115 ÷ 135=149เหลือเศษ 0
20115 ÷ 149=135เหลือเศษ 0
20115 ÷ 447=45เหลือเศษ 0
20115 ÷ 745=27เหลือเศษ 0
20115 ÷ 1341=15เหลือเศษ 0
20115 ÷ 2235=9เหลือเศษ 0
20115 ÷ 4023=5เหลือเศษ 0
20115 ÷ 6705=3เหลือเศษ 0
20115 ÷ 20115=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 20115
1 x 20115
3 x 6705
5 x 4023
9 x 2235
15 x 1341
27 x 745
45 x 447
135 x 149
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 20115
1 + 3 + 5 + 9 + 15 + 27 + 45 + 135 + 149 + 447 + 745 + 1341 + 2235 + 4023 + 6705 + 20115 = 36000
ตัวประกอบของ 20115 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 5, 149
การแยกตัวประกอบคืออะไร

20115 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

20115 = 3 x 3 x 3 x 5 x 149
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 20115 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
20115 = 33 x 5 x 149
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 20115 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 20115 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 20115 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6705
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20115
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20115 แบบที่หนึ่ง
  • 20115
    • 135
      • 9
        • 3
        • 3
      • 15
        • 3
        • 5
    • 149

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20115 แบบที่สอง
  • 20115
    • 3
    • 6705
      • 3
      • 2235
        • 3
        • 745
          • 5
          • 149
ดังนั้น 20115 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20115 = 3 x 3 x 3 x 5 x 149
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20115 = 33 x 5 x 149 หรือ 33 x 51 x 1491

2. การแยกตัวประกอบของ 20115 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 20115 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20115 นั้นก็คือ 3, 5, 149 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20115

3
)20115
3
)6705
3
)2235
5
)745
149
)149
1
ดังนั้น 20115 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20115 = 3 x 3 x 3 x 5 x 149
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20115 = 33 x 5 x 149 หรือ 33 x 51 x 1491

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 20115

1แยกตัวประกอบของ 20115 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 33 x 51 x 1491
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 149 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20115 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 20115 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇