โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 20106 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 20106

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 20106 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 20106 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 9, 18, 1117, 2234, 3351, 6702, 10053, 20106
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
20106 ÷ 1=20106เหลือเศษ 0
20106 ÷ 2=10053เหลือเศษ 0
20106 ÷ 3=6702เหลือเศษ 0
20106 ÷ 6=3351เหลือเศษ 0
20106 ÷ 9=2234เหลือเศษ 0
20106 ÷ 18=1117เหลือเศษ 0
20106 ÷ 1117=18เหลือเศษ 0
20106 ÷ 2234=9เหลือเศษ 0
20106 ÷ 3351=6เหลือเศษ 0
20106 ÷ 6702=3เหลือเศษ 0
20106 ÷ 10053=2เหลือเศษ 0
20106 ÷ 20106=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 20106
1 x 20106
2 x 10053
3 x 6702
6 x 3351
9 x 2234
18 x 1117
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 20106
1 + 2 + 3 + 6 + 9 + 18 + 1117 + 2234 + 3351 + 6702 + 10053 + 20106 = 43602
ตัวประกอบของ 20106 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 1117
การแยกตัวประกอบคืออะไร

20106 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

20106 = 2 x 3 x 3 x 1117
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 20106 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
20106 = 2 x 32 x 1117
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 20106 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 20106 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 20106 มา 1 คู่ เช่น 2 x 10053
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20106
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20106 แบบที่หนึ่ง
  • 20106
    • 18
      • 3
      • 6
        • 2
        • 3
    • 1117

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20106 แบบที่สอง
  • 20106
    • 2
    • 10053
      • 3
      • 3351
        • 3
        • 1117
ดังนั้น 20106 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20106 = 2 x 3 x 3 x 1117
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20106 = 2 x 32 x 1117 หรือ 21 x 32 x 11171

2. การแยกตัวประกอบของ 20106 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 20106 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20106 นั้นก็คือ 2, 3, 1117 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20106

2
)20106
3
)10053
3
)3351
1117
)1117
1
ดังนั้น 20106 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20106 = 2 x 3 x 3 x 1117
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20106 = 2 x 32 x 1117 หรือ 21 x 32 x 11171

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 20106

1แยกตัวประกอบของ 20106 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 32 x 11171
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 1117 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20106 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 20106 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇