โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 680 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 680

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 680 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 680 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 5, 8, 10, 17, 20, 34, 40, 68, 85, 136, 170, 340, 680
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
680 ÷ 1=680เหลือเศษ 0
680 ÷ 2=340เหลือเศษ 0
680 ÷ 4=170เหลือเศษ 0
680 ÷ 5=136เหลือเศษ 0
680 ÷ 8=85เหลือเศษ 0
680 ÷ 10=68เหลือเศษ 0
680 ÷ 17=40เหลือเศษ 0
680 ÷ 20=34เหลือเศษ 0
680 ÷ 34=20เหลือเศษ 0
680 ÷ 40=17เหลือเศษ 0
680 ÷ 68=10เหลือเศษ 0
680 ÷ 85=8เหลือเศษ 0
680 ÷ 136=5เหลือเศษ 0
680 ÷ 170=4เหลือเศษ 0
680 ÷ 340=2เหลือเศษ 0
680 ÷ 680=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 680
1 x 680
2 x 340
4 x 170
5 x 136
8 x 85
10 x 68
17 x 40
20 x 34
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 680
1 + 2 + 4 + 5 + 8 + 10 + 17 + 20 + 34 + 40 + 68 + 85 + 136 + 170 + 340 + 680 = 1620
ตัวประกอบของ 680 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 5, 17
การแยกตัวประกอบคืออะไร

680 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

680 = 2 x 2 x 2 x 5 x 17
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเเขียนการแยกตัวประกอบของ 680 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
680 = 23 x 5 x 17
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 680 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 680 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 680 มา 1 คู่ เช่น 2 x 340
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 680
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 680 แบบที่หนึ่ง
  • 680
    • 20
      • 4
        • 2
        • 2
      • 5
    • 34
      • 2
      • 17

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 680 แบบที่สอง
  • 680
    • 2
    • 340
      • 2
      • 170
        • 2
        • 85
          • 5
          • 17
ดังนั้น 680 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
680 = 2 x 2 x 2 x 5 x 17
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
680 = 23 x 5 x 17 หรือ 23 x 51 x 171

2. การแยกตัวประกอบของ 680 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 680 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 680 นั้นก็คือ 2, 5, 17 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 680

2
)680
2
)340
2
)170
5
)85
17
)17
1
ดังนั้น 680 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
680 = 2 x 2 x 2 x 5 x 17
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
680 = 23 x 5 x 17 หรือ 23 x 51 x 171

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 680

1แยกตัวประกอบของ 680 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 51 x 171
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 680 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 680 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇