ตัวประกอบของ 21514 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 21514
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 21514 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 21514 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 21514 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 21514 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 21514 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 31, 62, 347, 694, 10757, 21514
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 21514 ÷ 1 | = | 21514 | เหลือเศษ 0 |
| 21514 ÷ 2 | = | 10757 | เหลือเศษ 0 |
| 21514 ÷ 31 | = | 694 | เหลือเศษ 0 |
| 21514 ÷ 62 | = | 347 | เหลือเศษ 0 |
| 21514 ÷ 347 | = | 62 | เหลือเศษ 0 |
| 21514 ÷ 694 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 21514 ÷ 10757 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 21514 ÷ 21514 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 21514
| 1 x 21514 | = | 21514 |
| 2 x 10757 | = | 21514 |
| 31 x 694 | = | 21514 |
| 62 x 347 | = | 21514 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 21514
1 + 2 + 31 + 62 + 347 + 694 + 10757 + 21514 = 33408
▶ ตัวประกอบของ 21514 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 31, 347
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 21514 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21514 = 2 x 31 x 347
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 21514 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 21514 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 21514 มา 1 คู่ เช่น 2 x 10757
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21514
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21514 แบบที่หนึ่ง
- 21514
- 62
- 2
- 31
- 347
- 62
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21514 แบบที่สอง
- 21514
- 2
- 10757
- 31
- 347
ดังนั้น 21514 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21514 =
2 x 31 x 347
2. การแยกตัวประกอบของ 21514 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 21514 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21514 นั้นก็คือ 2, 31, 347 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21514
2)2151431)10757347)3471ดังนั้น 21514 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้21514 = 2 x 31 x 347วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 21514
1แยกตัวประกอบของ 21514 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 311 x 34712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 347 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21514 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 21514 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21514 นั้นก็คือ 2, 31, 347 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21514
2
)21514
31
)10757
347
)347
1
ดังนั้น 21514 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21514 = 2 x 31 x 347
1แยกตัวประกอบของ 21514 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 311 x 3471
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 347 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21514 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 21514 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
