ตัวประกอบของ 20097 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 20097
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 20097 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 20097 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 20097 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 20097 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 20097 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 3, 7, 9, 11, 21, 29, 33, 63, 77, 87, 99, 203, 231, 261, 319, 609, 693, 957, 1827, 2233, 2871, 6699, 20097
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 20097 ÷ 1 | = | 20097 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 3 | = | 6699 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 7 | = | 2871 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 9 | = | 2233 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 11 | = | 1827 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 21 | = | 957 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 29 | = | 693 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 33 | = | 609 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 63 | = | 319 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 77 | = | 261 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 87 | = | 231 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 99 | = | 203 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 203 | = | 99 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 231 | = | 87 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 261 | = | 77 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 319 | = | 63 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 609 | = | 33 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 693 | = | 29 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 957 | = | 21 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 1827 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 2233 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 2871 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 6699 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 20097 ÷ 20097 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 20097
| 1 x 20097 | = | 20097 |
| 3 x 6699 | = | 20097 |
| 7 x 2871 | = | 20097 |
| 9 x 2233 | = | 20097 |
| 11 x 1827 | = | 20097 |
| 21 x 957 | = | 20097 |
| 29 x 693 | = | 20097 |
| 33 x 609 | = | 20097 |
| 63 x 319 | = | 20097 |
| 77 x 261 | = | 20097 |
| 87 x 231 | = | 20097 |
| 99 x 203 | = | 20097 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 20097
1 + 3 + 7 + 9 + 11 + 21 + 29 + 33 + 63 + 77 + 87 + 99 + 203 + 231 + 261 + 319 + 609 + 693 + 957 + 1827 + 2233 + 2871 + 6699 + 20097 = 37440
▶ ตัวประกอบของ 20097 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
3, 7, 11, 29
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 20097 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20097 = 3 x 3 x 7 x 11 x 29
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 20097 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
20097 = 32 x 7 x 11 x 29
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 20097 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
20097 = 32 x 7 x 11 x 29
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 20097 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 20097 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 20097 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6699
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20097
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20097 แบบที่หนึ่ง
- 20097
- 99
- 9
- 3
- 3
- 11
- 9
- 203
- 7
- 29
- 99
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20097 แบบที่สอง
- 20097
- 3
- 6699
- 3
- 2233
- 7
- 319
- 11
- 29
ดังนั้น 20097 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20097 =
3 x 3 x 7 x 11 x 29
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20097 =
32 x 7 x 11 x 29 หรือ 32 x 71 x 111 x 291
2. การแยกตัวประกอบของ 20097 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 20097 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20097 นั้นก็คือ 3, 7, 11, 29 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20097
3)200973)66997)223311)31929)291ดังนั้น 20097 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้20097 = 3 x 3 x 7 x 11 x 29หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง20097 = 32 x 7 x 11 x 29 หรือ 32 x 71 x 111 x 291วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 20097
1แยกตัวประกอบของ 20097 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 71 x 111 x 2912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20097 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 20097 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20097 นั้นก็คือ 3, 7, 11, 29 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20097
3
)20097
3
)6699
7
)2233
11
)319
29
)29
1
ดังนั้น 20097 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20097 = 3 x 3 x 7 x 11 x 29
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20097 = 32 x 7 x 11 x 29 หรือ 32 x 71 x 111 x 291
1แยกตัวประกอบของ 20097 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 71 x 111 x 291
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20097 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 20097 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
