ตัวประกอบของ 32014 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32014
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32014 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32014 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 32014 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32014 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32014 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 2, 16007, 32014
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32014 ÷ 1 | = | 32014 | เหลือเศษ 0 |
| 32014 ÷ 2 | = | 16007 | เหลือเศษ 0 |
| 32014 ÷ 16007 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 32014 ÷ 32014 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32014
| 1 x 32014 | = | 32014 |
| 2 x 16007 | = | 32014 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32014
1 + 2 + 16007 + 32014 = 48024
▶ ตัวประกอบของ 32014 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 16007
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32014 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32014 = 2 x 16007
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32014 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32014 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32014 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16007
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32014
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32014
- 32014
- 2
- 16007
ดังนั้น 32014 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32014 =
2 x 16007
2. การแยกตัวประกอบของ 32014 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32014 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32014 นั้นก็คือ 2, 16007 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32014
2)3201416007)160071ดังนั้น 32014 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32014 = 2 x 16007วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32014
1แยกตัวประกอบของ 32014 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 1600712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 16007 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32014 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32014 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32014 นั้นก็คือ 2, 16007 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32014
2
)32014
16007
)16007
1
ดังนั้น 32014 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32014 = 2 x 16007
1แยกตัวประกอบของ 32014 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 160071
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 16007 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32014 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32014 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
