ตัวประกอบของ 74832 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 74832
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 74832 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 74832 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 74832 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 74832 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 74832 มีทั้งหมด 20 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 16, 24, 48, 1559, 3118, 4677, 6236, 9354, 12472, 18708, 24944, 37416, 74832
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 74832 ÷ 1 | = | 74832 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 2 | = | 37416 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 3 | = | 24944 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 4 | = | 18708 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 6 | = | 12472 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 8 | = | 9354 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 12 | = | 6236 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 16 | = | 4677 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 24 | = | 3118 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 48 | = | 1559 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 1559 | = | 48 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 3118 | = | 24 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 4677 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 6236 | = | 12 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 9354 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 12472 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 18708 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 24944 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 37416 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 74832 ÷ 74832 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 74832
| 1 x 74832 | = | 74832 |
| 2 x 37416 | = | 74832 |
| 3 x 24944 | = | 74832 |
| 4 x 18708 | = | 74832 |
| 6 x 12472 | = | 74832 |
| 8 x 9354 | = | 74832 |
| 12 x 6236 | = | 74832 |
| 16 x 4677 | = | 74832 |
| 24 x 3118 | = | 74832 |
| 48 x 1559 | = | 74832 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 74832
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 8 + 12 + 16 + 24 + 48 + 1559 + 3118 + 4677 + 6236 + 9354 + 12472 + 18708 + 24944 + 37416 + 74832 = 193440
▶ ตัวประกอบของ 74832 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 1559
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 74832 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
74832 = 2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 1559
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 74832 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
74832 = 24 x 3 x 1559
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 74832 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
74832 = 24 x 3 x 1559
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 74832 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 74832 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 74832 มา 1 คู่ เช่น 2 x 37416
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 74832
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 74832 แบบที่หนึ่ง
- 74832
- 48
- 6
- 2
- 3
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 6
- 1559
- 48
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 74832 แบบที่สอง
- 74832
- 2
- 37416
- 2
- 18708
- 2
- 9354
- 2
- 4677
- 3
- 1559
ดังนั้น 74832 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
74832 =
2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 1559
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
74832 =
24 x 3 x 1559 หรือ 24 x 31 x 15591
2. การแยกตัวประกอบของ 74832 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 74832 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 74832 นั้นก็คือ 2, 3, 1559 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 74832
2)748322)374162)187082)93543)46771559)15591ดังนั้น 74832 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้74832 = 2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 1559หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง74832 = 24 x 3 x 1559 หรือ 24 x 31 x 15591วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 74832
1แยกตัวประกอบของ 74832 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 31 x 155912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1559 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 74832 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 74832 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 74832 นั้นก็คือ 2, 3, 1559 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 74832
2
)74832
2
)37416
2
)18708
2
)9354
3
)4677
1559
)1559
1
ดังนั้น 74832 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
74832 = 2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 1559
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
74832 = 24 x 3 x 1559 หรือ 24 x 31 x 15591
1แยกตัวประกอบของ 74832 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 31 x 15591
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1559 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 74832 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 74832 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
