โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32468 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32468

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32468 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32468 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 2, 4, 8117, 16234, 32468
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32468 ÷ 1=32468เหลือเศษ 0
32468 ÷ 2=16234เหลือเศษ 0
32468 ÷ 4=8117เหลือเศษ 0
32468 ÷ 8117=4เหลือเศษ 0
32468 ÷ 16234=2เหลือเศษ 0
32468 ÷ 32468=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32468
1 x 32468
2 x 16234
4 x 8117
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32468
1 + 2 + 4 + 8117 + 16234 + 32468 = 56826
ตัวประกอบของ 32468 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 8117
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32468 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32468 = 2 x 2 x 8117
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32468 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32468 = 22 x 8117
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32468 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32468 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32468 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16234
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32468
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32468 แบบที่หนึ่ง
  • 32468
    • 4
      • 2
      • 2
    • 8117

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32468 แบบที่สอง
  • 32468
    • 2
    • 16234
      • 2
      • 8117
ดังนั้น 32468 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32468 = 2 x 2 x 8117
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32468 = 22 x 8117 หรือ 22 x 81171

2. การแยกตัวประกอบของ 32468 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32468 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32468 นั้นก็คือ 2, 8117 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32468

2
)32468
2
)16234
8117
)8117
1
ดังนั้น 32468 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32468 = 2 x 2 x 8117
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32468 = 22 x 8117 หรือ 22 x 81171

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32468

1แยกตัวประกอบของ 32468 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 81171
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 8117 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32468 มีทั้งหมด 6 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32468 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇