ตัวประกอบของ 32466 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32466
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32466 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32466 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32466 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32466 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32466 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 7, 14, 21, 42, 773, 1546, 2319, 4638, 5411, 10822, 16233, 32466
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32466 ÷ 1 | = | 32466 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 2 | = | 16233 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 3 | = | 10822 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 6 | = | 5411 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 7 | = | 4638 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 14 | = | 2319 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 21 | = | 1546 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 42 | = | 773 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 773 | = | 42 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 1546 | = | 21 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 2319 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 4638 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 5411 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 10822 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 16233 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 32466 ÷ 32466 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32466
| 1 x 32466 | = | 32466 |
| 2 x 16233 | = | 32466 |
| 3 x 10822 | = | 32466 |
| 6 x 5411 | = | 32466 |
| 7 x 4638 | = | 32466 |
| 14 x 2319 | = | 32466 |
| 21 x 1546 | = | 32466 |
| 42 x 773 | = | 32466 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32466
1 + 2 + 3 + 6 + 7 + 14 + 21 + 42 + 773 + 1546 + 2319 + 4638 + 5411 + 10822 + 16233 + 32466 = 74304
▶ ตัวประกอบของ 32466 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 7, 773
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32466 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32466 = 2 x 3 x 7 x 773
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32466 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32466 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32466 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16233
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32466
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32466 แบบที่หนึ่ง
- 32466
- 42
- 6
- 2
- 3
- 7
- 6
- 773
- 42
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32466 แบบที่สอง
- 32466
- 2
- 16233
- 3
- 5411
- 7
- 773
ดังนั้น 32466 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32466 =
2 x 3 x 7 x 773
2. การแยกตัวประกอบของ 32466 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32466 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32466 นั้นก็คือ 2, 3, 7, 773 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32466
2)324663)162337)5411773)7731ดังนั้น 32466 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32466 = 2 x 3 x 7 x 773วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32466
1แยกตัวประกอบของ 32466 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 71 x 77312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 773 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32466 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32466 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32466 นั้นก็คือ 2, 3, 7, 773 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32466
2
)32466
3
)16233
7
)5411
773
)773
1
ดังนั้น 32466 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32466 = 2 x 3 x 7 x 773
1แยกตัวประกอบของ 32466 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 71 x 7731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 773 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32466 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32466 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
