ตัวประกอบของ 32474 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32474
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32474 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32474 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32474 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32474 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32474 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 13, 26, 1249, 2498, 16237, 32474
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32474 ÷ 1 | = | 32474 | เหลือเศษ 0 |
| 32474 ÷ 2 | = | 16237 | เหลือเศษ 0 |
| 32474 ÷ 13 | = | 2498 | เหลือเศษ 0 |
| 32474 ÷ 26 | = | 1249 | เหลือเศษ 0 |
| 32474 ÷ 1249 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 32474 ÷ 2498 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 32474 ÷ 16237 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 32474 ÷ 32474 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32474
| 1 x 32474 | = | 32474 |
| 2 x 16237 | = | 32474 |
| 13 x 2498 | = | 32474 |
| 26 x 1249 | = | 32474 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32474
1 + 2 + 13 + 26 + 1249 + 2498 + 16237 + 32474 = 52500
▶ ตัวประกอบของ 32474 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 1249
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32474 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32474 = 2 x 13 x 1249
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32474 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32474 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32474 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16237
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32474
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32474 แบบที่หนึ่ง
- 32474
- 26
- 2
- 13
- 1249
- 26
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32474 แบบที่สอง
- 32474
- 2
- 16237
- 13
- 1249
ดังนั้น 32474 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32474 =
2 x 13 x 1249
2. การแยกตัวประกอบของ 32474 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32474 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32474 นั้นก็คือ 2, 13, 1249 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32474
2)3247413)162371249)12491ดังนั้น 32474 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32474 = 2 x 13 x 1249วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32474
1แยกตัวประกอบของ 32474 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 124912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1249 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32474 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32474 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32474 นั้นก็คือ 2, 13, 1249 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32474
2
)32474
13
)16237
1249
)1249
1
ดังนั้น 32474 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32474 = 2 x 13 x 1249
1แยกตัวประกอบของ 32474 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 12491
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1249 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32474 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32474 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
