ตัวประกอบของ 32002 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32002
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32002 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32002 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 32002 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32002 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32002 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 2, 16001, 32002
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32002 ÷ 1 | = | 32002 | เหลือเศษ 0 |
| 32002 ÷ 2 | = | 16001 | เหลือเศษ 0 |
| 32002 ÷ 16001 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 32002 ÷ 32002 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32002
| 1 x 32002 | = | 32002 |
| 2 x 16001 | = | 32002 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32002
1 + 2 + 16001 + 32002 = 48006
▶ ตัวประกอบของ 32002 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 16001
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32002 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32002 = 2 x 16001
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32002 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32002 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32002 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16001
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32002
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32002
- 32002
- 2
- 16001
ดังนั้น 32002 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32002 =
2 x 16001
2. การแยกตัวประกอบของ 32002 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32002 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32002 นั้นก็คือ 2, 16001 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32002
2)3200216001)160011ดังนั้น 32002 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32002 = 2 x 16001วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32002
1แยกตัวประกอบของ 32002 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 1600112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 16001 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32002 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32002 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32002 นั้นก็คือ 2, 16001 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32002
2
)32002
16001
)16001
1
ดังนั้น 32002 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32002 = 2 x 16001
1แยกตัวประกอบของ 32002 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 160011
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 16001 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32002 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32002 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
