โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 20125 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 20125

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 20125 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 20125 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 5, 7, 23, 25, 35, 115, 125, 161, 175, 575, 805, 875, 2875, 4025, 20125
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
20125 ÷ 1=20125เหลือเศษ 0
20125 ÷ 5=4025เหลือเศษ 0
20125 ÷ 7=2875เหลือเศษ 0
20125 ÷ 23=875เหลือเศษ 0
20125 ÷ 25=805เหลือเศษ 0
20125 ÷ 35=575เหลือเศษ 0
20125 ÷ 115=175เหลือเศษ 0
20125 ÷ 125=161เหลือเศษ 0
20125 ÷ 161=125เหลือเศษ 0
20125 ÷ 175=115เหลือเศษ 0
20125 ÷ 575=35เหลือเศษ 0
20125 ÷ 805=25เหลือเศษ 0
20125 ÷ 875=23เหลือเศษ 0
20125 ÷ 2875=7เหลือเศษ 0
20125 ÷ 4025=5เหลือเศษ 0
20125 ÷ 20125=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 20125
1 x 20125
5 x 4025
7 x 2875
23 x 875
25 x 805
35 x 575
115 x 175
125 x 161
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 20125
1 + 5 + 7 + 23 + 25 + 35 + 115 + 125 + 161 + 175 + 575 + 805 + 875 + 2875 + 4025 + 20125 = 29952
ตัวประกอบของ 20125 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 7, 23
การแยกตัวประกอบคืออะไร

20125 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

20125 = 5 x 5 x 5 x 7 x 23
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 20125 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
20125 = 53 x 7 x 23
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 20125 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 20125 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 20125 มา 1 คู่ เช่น 5 x 4025
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20125
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20125 แบบที่หนึ่ง
  • 20125
    • 125
      • 5
      • 25
        • 5
        • 5
    • 161
      • 7
      • 23

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20125 แบบที่สอง
  • 20125
    • 5
    • 4025
      • 5
      • 805
        • 5
        • 161
          • 7
          • 23
ดังนั้น 20125 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20125 = 5 x 5 x 5 x 7 x 23
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20125 = 53 x 7 x 23 หรือ 53 x 71 x 231

2. การแยกตัวประกอบของ 20125 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 20125 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20125 นั้นก็คือ 5, 7, 23 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20125

5
)20125
5
)4025
5
)805
7
)161
23
)23
1
ดังนั้น 20125 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20125 = 5 x 5 x 5 x 7 x 23
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20125 = 53 x 7 x 23 หรือ 53 x 71 x 231

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 20125

1แยกตัวประกอบของ 20125 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 53 x 71 x 231
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20125 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 20125 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇