ตัวประกอบของ 20133 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 20133
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 20133 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 20133 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 20133 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 20133 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 20133 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 3, 9, 2237, 6711, 20133
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 20133 ÷ 1 | = | 20133 | เหลือเศษ 0 |
| 20133 ÷ 3 | = | 6711 | เหลือเศษ 0 |
| 20133 ÷ 9 | = | 2237 | เหลือเศษ 0 |
| 20133 ÷ 2237 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 20133 ÷ 6711 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 20133 ÷ 20133 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 20133
| 1 x 20133 | = | 20133 |
| 3 x 6711 | = | 20133 |
| 9 x 2237 | = | 20133 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 20133
1 + 3 + 9 + 2237 + 6711 + 20133 = 29094
▶ ตัวประกอบของ 20133 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 2237
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 20133 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20133 = 3 x 3 x 2237
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 20133 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
20133 = 32 x 2237
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 20133 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
20133 = 32 x 2237
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 20133 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 20133 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 20133 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6711
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20133
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20133 แบบที่หนึ่ง
- 20133
- 9
- 3
- 3
- 2237
- 9
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20133 แบบที่สอง
- 20133
- 3
- 6711
- 3
- 2237
ดังนั้น 20133 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20133 =
3 x 3 x 2237
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20133 =
32 x 2237 หรือ 32 x 22371
2. การแยกตัวประกอบของ 20133 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 20133 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20133 นั้นก็คือ 3, 2237 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20133
3)201333)67112237)22371ดังนั้น 20133 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้20133 = 3 x 3 x 2237หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง20133 = 32 x 2237 หรือ 32 x 22371วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 20133
1แยกตัวประกอบของ 20133 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 223712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 2237 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20133 มีทั้งหมด 6 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 20133 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20133 นั้นก็คือ 3, 2237 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20133
3
)20133
3
)6711
2237
)2237
1
ดังนั้น 20133 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20133 = 3 x 3 x 2237
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20133 = 32 x 2237 หรือ 32 x 22371
1แยกตัวประกอบของ 20133 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 22371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 2237 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20133 มีทั้งหมด 6 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 20133 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
