โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 20104 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 20104

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 20104 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 20104 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 28, 56, 359, 718, 1436, 2513, 2872, 5026, 10052, 20104
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
20104 ÷ 1=20104เหลือเศษ 0
20104 ÷ 2=10052เหลือเศษ 0
20104 ÷ 4=5026เหลือเศษ 0
20104 ÷ 7=2872เหลือเศษ 0
20104 ÷ 8=2513เหลือเศษ 0
20104 ÷ 14=1436เหลือเศษ 0
20104 ÷ 28=718เหลือเศษ 0
20104 ÷ 56=359เหลือเศษ 0
20104 ÷ 359=56เหลือเศษ 0
20104 ÷ 718=28เหลือเศษ 0
20104 ÷ 1436=14เหลือเศษ 0
20104 ÷ 2513=8เหลือเศษ 0
20104 ÷ 2872=7เหลือเศษ 0
20104 ÷ 5026=4เหลือเศษ 0
20104 ÷ 10052=2เหลือเศษ 0
20104 ÷ 20104=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 20104
1 x 20104
2 x 10052
4 x 5026
7 x 2872
8 x 2513
14 x 1436
28 x 718
56 x 359
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 20104
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 28 + 56 + 359 + 718 + 1436 + 2513 + 2872 + 5026 + 10052 + 20104 = 43200
ตัวประกอบของ 20104 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 359
การแยกตัวประกอบคืออะไร

20104 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

20104 = 2 x 2 x 2 x 7 x 359
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 20104 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
20104 = 23 x 7 x 359
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 20104 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 20104 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 20104 มา 1 คู่ เช่น 2 x 10052
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20104
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20104 แบบที่หนึ่ง
  • 20104
    • 56
      • 7
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
    • 359

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20104 แบบที่สอง
  • 20104
    • 2
    • 10052
      • 2
      • 5026
        • 2
        • 2513
          • 7
          • 359
ดังนั้น 20104 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20104 = 2 x 2 x 2 x 7 x 359
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20104 = 23 x 7 x 359 หรือ 23 x 71 x 3591

2. การแยกตัวประกอบของ 20104 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 20104 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20104 นั้นก็คือ 2, 7, 359 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20104

2
)20104
2
)10052
2
)5026
7
)2513
359
)359
1
ดังนั้น 20104 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20104 = 2 x 2 x 2 x 7 x 359
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20104 = 23 x 7 x 359 หรือ 23 x 71 x 3591

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 20104

1แยกตัวประกอบของ 20104 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 71 x 3591
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 359 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20104 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 20104 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇