ตัวประกอบของ 52325 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 52325
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 52325 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 52325 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 52325 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 52325 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 52325 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 5, 7, 13, 23, 25, 35, 65, 91, 115, 161, 175, 299, 325, 455, 575, 805, 1495, 2093, 2275, 4025, 7475, 10465, 52325
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 52325 ÷ 1 | = | 52325 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 5 | = | 10465 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 7 | = | 7475 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 13 | = | 4025 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 23 | = | 2275 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 25 | = | 2093 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 35 | = | 1495 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 65 | = | 805 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 91 | = | 575 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 115 | = | 455 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 161 | = | 325 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 175 | = | 299 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 299 | = | 175 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 325 | = | 161 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 455 | = | 115 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 575 | = | 91 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 805 | = | 65 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 1495 | = | 35 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 2093 | = | 25 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 2275 | = | 23 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 4025 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 7475 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 10465 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 52325 ÷ 52325 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 52325
| 1 x 52325 | = | 52325 |
| 5 x 10465 | = | 52325 |
| 7 x 7475 | = | 52325 |
| 13 x 4025 | = | 52325 |
| 23 x 2275 | = | 52325 |
| 25 x 2093 | = | 52325 |
| 35 x 1495 | = | 52325 |
| 65 x 805 | = | 52325 |
| 91 x 575 | = | 52325 |
| 115 x 455 | = | 52325 |
| 161 x 325 | = | 52325 |
| 175 x 299 | = | 52325 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 52325
1 + 5 + 7 + 13 + 23 + 25 + 35 + 65 + 91 + 115 + 161 + 175 + 299 + 325 + 455 + 575 + 805 + 1495 + 2093 + 2275 + 4025 + 7475 + 10465 + 52325 = 83328
▶ ตัวประกอบของ 52325 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
5, 7, 13, 23
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 52325 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52325 = 5 x 5 x 7 x 13 x 23
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 52325 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
52325 = 52 x 7 x 13 x 23
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 52325 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
52325 = 52 x 7 x 13 x 23
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 52325 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 52325 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 52325 มา 1 คู่ เช่น 5 x 10465
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52325
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 52325 แบบที่หนึ่ง
- 52325
- 175
- 7
- 25
- 5
- 5
- 299
- 13
- 23
- 175
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 52325 แบบที่สอง
- 52325
- 5
- 10465
- 5
- 2093
- 7
- 299
- 13
- 23
ดังนั้น 52325 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52325 =
5 x 5 x 7 x 13 x 23
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
52325 =
52 x 7 x 13 x 23 หรือ 52 x 71 x 131 x 231
2. การแยกตัวประกอบของ 52325 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 52325 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 52325 นั้นก็คือ 5, 7, 13, 23 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52325
5)523255)104657)209313)29923)231ดังนั้น 52325 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้52325 = 5 x 5 x 7 x 13 x 23หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง52325 = 52 x 7 x 13 x 23 หรือ 52 x 71 x 131 x 231วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 52325
1แยกตัวประกอบของ 52325 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 52 x 71 x 131 x 2312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 52325 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 52325 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 52325 นั้นก็คือ 5, 7, 13, 23 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52325
5
)52325
5
)10465
7
)2093
13
)299
23
)23
1
ดังนั้น 52325 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52325 = 5 x 5 x 7 x 13 x 23
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
52325 = 52 x 7 x 13 x 23 หรือ 52 x 71 x 131 x 231
1แยกตัวประกอบของ 52325 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 52 x 71 x 131 x 231
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 52325 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 52325 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
