ตัวประกอบของ 48258 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 48258
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 48258 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 48258 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 48258 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 48258 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 48258 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 7, 9, 14, 18, 21, 42, 63, 126, 383, 766, 1149, 2298, 2681, 3447, 5362, 6894, 8043, 16086, 24129, 48258
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 48258 ÷ 1 | = | 48258 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 2 | = | 24129 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 3 | = | 16086 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 6 | = | 8043 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 7 | = | 6894 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 9 | = | 5362 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 14 | = | 3447 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 18 | = | 2681 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 21 | = | 2298 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 42 | = | 1149 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 63 | = | 766 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 126 | = | 383 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 383 | = | 126 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 766 | = | 63 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 1149 | = | 42 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 2298 | = | 21 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 2681 | = | 18 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 3447 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 5362 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 6894 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 8043 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 16086 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 24129 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 48258 ÷ 48258 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 48258
| 1 x 48258 | = | 48258 |
| 2 x 24129 | = | 48258 |
| 3 x 16086 | = | 48258 |
| 6 x 8043 | = | 48258 |
| 7 x 6894 | = | 48258 |
| 9 x 5362 | = | 48258 |
| 14 x 3447 | = | 48258 |
| 18 x 2681 | = | 48258 |
| 21 x 2298 | = | 48258 |
| 42 x 1149 | = | 48258 |
| 63 x 766 | = | 48258 |
| 126 x 383 | = | 48258 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 48258
1 + 2 + 3 + 6 + 7 + 9 + 14 + 18 + 21 + 42 + 63 + 126 + 383 + 766 + 1149 + 2298 + 2681 + 3447 + 5362 + 6894 + 8043 + 16086 + 24129 + 48258 = 119808
▶ ตัวประกอบของ 48258 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 7, 383
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 48258 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48258 = 2 x 3 x 3 x 7 x 383
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 48258 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
48258 = 2 x 32 x 7 x 383
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 48258 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
48258 = 2 x 32 x 7 x 383
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 48258 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 48258 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 48258 มา 1 คู่ เช่น 2 x 24129
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48258
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48258 แบบที่หนึ่ง
- 48258
- 126
- 9
- 3
- 3
- 14
- 2
- 7
- 9
- 383
- 126
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48258 แบบที่สอง
- 48258
- 2
- 24129
- 3
- 8043
- 3
- 2681
- 7
- 383
ดังนั้น 48258 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48258 =
2 x 3 x 3 x 7 x 383
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
48258 =
2 x 32 x 7 x 383 หรือ 21 x 32 x 71 x 3831
2. การแยกตัวประกอบของ 48258 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 48258 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48258 นั้นก็คือ 2, 3, 7, 383 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48258
2)482583)241293)80437)2681383)3831ดังนั้น 48258 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้48258 = 2 x 3 x 3 x 7 x 383หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง48258 = 2 x 32 x 7 x 383 หรือ 21 x 32 x 71 x 3831วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 48258
1แยกตัวประกอบของ 48258 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 32 x 71 x 38312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 383 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48258 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 48258 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48258 นั้นก็คือ 2, 3, 7, 383 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48258
2
)48258
3
)24129
3
)8043
7
)2681
383
)383
1
ดังนั้น 48258 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48258 = 2 x 3 x 3 x 7 x 383
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
48258 = 2 x 32 x 7 x 383 หรือ 21 x 32 x 71 x 3831
1แยกตัวประกอบของ 48258 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 32 x 71 x 3831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 383 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48258 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 48258 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
