โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32484 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32484

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32484 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32484 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 12, 2707, 5414, 8121, 10828, 16242, 32484
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32484 ÷ 1=32484เหลือเศษ 0
32484 ÷ 2=16242เหลือเศษ 0
32484 ÷ 3=10828เหลือเศษ 0
32484 ÷ 4=8121เหลือเศษ 0
32484 ÷ 6=5414เหลือเศษ 0
32484 ÷ 12=2707เหลือเศษ 0
32484 ÷ 2707=12เหลือเศษ 0
32484 ÷ 5414=6เหลือเศษ 0
32484 ÷ 8121=4เหลือเศษ 0
32484 ÷ 10828=3เหลือเศษ 0
32484 ÷ 16242=2เหลือเศษ 0
32484 ÷ 32484=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32484
1 x 32484
2 x 16242
3 x 10828
4 x 8121
6 x 5414
12 x 2707
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32484
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 12 + 2707 + 5414 + 8121 + 10828 + 16242 + 32484 = 75824
ตัวประกอบของ 32484 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 2707
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32484 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32484 = 2 x 2 x 3 x 2707
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32484 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32484 = 22 x 3 x 2707
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32484 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32484 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32484 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16242
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32484
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32484 แบบที่หนึ่ง
  • 32484
    • 12
      • 3
      • 4
        • 2
        • 2
    • 2707

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32484 แบบที่สอง
  • 32484
    • 2
    • 16242
      • 2
      • 8121
        • 3
        • 2707
ดังนั้น 32484 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32484 = 2 x 2 x 3 x 2707
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32484 = 22 x 3 x 2707 หรือ 22 x 31 x 27071

2. การแยกตัวประกอบของ 32484 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32484 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32484 นั้นก็คือ 2, 3, 2707 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32484

2
)32484
2
)16242
3
)8121
2707
)2707
1
ดังนั้น 32484 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32484 = 2 x 2 x 3 x 2707
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32484 = 22 x 3 x 2707 หรือ 22 x 31 x 27071

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32484

1แยกตัวประกอบของ 32484 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 27071
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 2707 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32484 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32484 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇