โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 31986 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 31986

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 31986 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 31986 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 9, 18, 1777, 3554, 5331, 10662, 15993, 31986
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
31986 ÷ 1=31986เหลือเศษ 0
31986 ÷ 2=15993เหลือเศษ 0
31986 ÷ 3=10662เหลือเศษ 0
31986 ÷ 6=5331เหลือเศษ 0
31986 ÷ 9=3554เหลือเศษ 0
31986 ÷ 18=1777เหลือเศษ 0
31986 ÷ 1777=18เหลือเศษ 0
31986 ÷ 3554=9เหลือเศษ 0
31986 ÷ 5331=6เหลือเศษ 0
31986 ÷ 10662=3เหลือเศษ 0
31986 ÷ 15993=2เหลือเศษ 0
31986 ÷ 31986=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 31986
1 x 31986
2 x 15993
3 x 10662
6 x 5331
9 x 3554
18 x 1777
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 31986
1 + 2 + 3 + 6 + 9 + 18 + 1777 + 3554 + 5331 + 10662 + 15993 + 31986 = 69342
ตัวประกอบของ 31986 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 1777
การแยกตัวประกอบคืออะไร

31986 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

31986 = 2 x 3 x 3 x 1777
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 31986 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
31986 = 2 x 32 x 1777
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 31986 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 31986 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 31986 มา 1 คู่ เช่น 2 x 15993
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31986
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31986 แบบที่หนึ่ง
  • 31986
    • 18
      • 3
      • 6
        • 2
        • 3
    • 1777

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31986 แบบที่สอง
  • 31986
    • 2
    • 15993
      • 3
      • 5331
        • 3
        • 1777
ดังนั้น 31986 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31986 = 2 x 3 x 3 x 1777
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31986 = 2 x 32 x 1777 หรือ 21 x 32 x 17771

2. การแยกตัวประกอบของ 31986 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 31986 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31986 นั้นก็คือ 2, 3, 1777 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31986

2
)31986
3
)15993
3
)5331
1777
)1777
1
ดังนั้น 31986 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31986 = 2 x 3 x 3 x 1777
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31986 = 2 x 32 x 1777 หรือ 21 x 32 x 17771

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 31986

1แยกตัวประกอบของ 31986 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 32 x 17771
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 1777 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31986 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 31986 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇