โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 20167 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 20167

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 20167 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 20167 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 7, 43, 67, 301, 469, 2881, 20167
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
20167 ÷ 1=20167เหลือเศษ 0
20167 ÷ 7=2881เหลือเศษ 0
20167 ÷ 43=469เหลือเศษ 0
20167 ÷ 67=301เหลือเศษ 0
20167 ÷ 301=67เหลือเศษ 0
20167 ÷ 469=43เหลือเศษ 0
20167 ÷ 2881=7เหลือเศษ 0
20167 ÷ 20167=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 20167
1 x 20167
7 x 2881
43 x 469
67 x 301
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 20167
1 + 7 + 43 + 67 + 301 + 469 + 2881 + 20167 = 23936
ตัวประกอบของ 20167 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
7, 43, 67
การแยกตัวประกอบคืออะไร

20167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

20167 = 7 x 43 x 67
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 20167 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 20167 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 20167 มา 1 คู่ เช่น 7 x 2881
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20167
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20167 แบบที่หนึ่ง
  • 20167
    • 67
    • 301
      • 7
      • 43

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20167 แบบที่สอง
  • 20167
    • 7
    • 2881
      • 43
      • 67
ดังนั้น 20167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20167 = 7 x 43 x 67

2. การแยกตัวประกอบของ 20167 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 20167 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20167 นั้นก็คือ 7, 43, 67 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20167

7
)20167
43
)2881
67
)67
1
ดังนั้น 20167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20167 = 7 x 43 x 67

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 20167

1แยกตัวประกอบของ 20167 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 431 x 671
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 67 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20167 มีทั้งหมด 8 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 20167 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇