ตัวประกอบของ 19516 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19516
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19516 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19516 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19516 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19516 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19516 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 14, 17, 28, 34, 41, 68, 82, 119, 164, 238, 287, 476, 574, 697, 1148, 1394, 2788, 4879, 9758, 19516
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19516 ÷ 1 | = | 19516 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 2 | = | 9758 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 4 | = | 4879 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 7 | = | 2788 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 14 | = | 1394 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 17 | = | 1148 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 28 | = | 697 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 34 | = | 574 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 41 | = | 476 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 68 | = | 287 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 82 | = | 238 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 119 | = | 164 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 164 | = | 119 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 238 | = | 82 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 287 | = | 68 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 476 | = | 41 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 574 | = | 34 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 697 | = | 28 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 1148 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 1394 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 2788 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 4879 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 9758 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 19516 ÷ 19516 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19516
| 1 x 19516 | = | 19516 |
| 2 x 9758 | = | 19516 |
| 4 x 4879 | = | 19516 |
| 7 x 2788 | = | 19516 |
| 14 x 1394 | = | 19516 |
| 17 x 1148 | = | 19516 |
| 28 x 697 | = | 19516 |
| 34 x 574 | = | 19516 |
| 41 x 476 | = | 19516 |
| 68 x 287 | = | 19516 |
| 82 x 238 | = | 19516 |
| 119 x 164 | = | 19516 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19516
1 + 2 + 4 + 7 + 14 + 17 + 28 + 34 + 41 + 68 + 82 + 119 + 164 + 238 + 287 + 476 + 574 + 697 + 1148 + 1394 + 2788 + 4879 + 9758 + 19516 = 42336
▶ ตัวประกอบของ 19516 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 7, 17, 41
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19516 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19516 = 2 x 2 x 7 x 17 x 41
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19516 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19516 = 22 x 7 x 17 x 41
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19516 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19516 = 22 x 7 x 17 x 41
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19516 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19516 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19516 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9758
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19516
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19516 แบบที่หนึ่ง
- 19516
- 119
- 7
- 17
- 164
- 4
- 2
- 2
- 41
- 4
- 119
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19516 แบบที่สอง
- 19516
- 2
- 9758
- 2
- 4879
- 7
- 697
- 17
- 41
ดังนั้น 19516 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19516 =
2 x 2 x 7 x 17 x 41
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19516 =
22 x 7 x 17 x 41 หรือ 22 x 71 x 171 x 411
2. การแยกตัวประกอบของ 19516 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19516 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19516 นั้นก็คือ 2, 7, 17, 41 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19516
2)195162)97587)487917)69741)411ดังนั้น 19516 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19516 = 2 x 2 x 7 x 17 x 41หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง19516 = 22 x 7 x 17 x 41 หรือ 22 x 71 x 171 x 411วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19516
1แยกตัวประกอบของ 19516 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 71 x 171 x 4112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 41 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19516 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19516 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19516 นั้นก็คือ 2, 7, 17, 41 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19516
2
)19516
2
)9758
7
)4879
17
)697
41
)41
1
ดังนั้น 19516 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19516 = 2 x 2 x 7 x 17 x 41
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19516 = 22 x 7 x 17 x 41 หรือ 22 x 71 x 171 x 411
1แยกตัวประกอบของ 19516 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 71 x 171 x 411
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 41 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19516 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19516 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
