โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19515 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19515

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19515 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19515 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 5, 15, 1301, 3903, 6505, 19515
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19515 ÷ 1=19515เหลือเศษ 0
19515 ÷ 3=6505เหลือเศษ 0
19515 ÷ 5=3903เหลือเศษ 0
19515 ÷ 15=1301เหลือเศษ 0
19515 ÷ 1301=15เหลือเศษ 0
19515 ÷ 3903=5เหลือเศษ 0
19515 ÷ 6505=3เหลือเศษ 0
19515 ÷ 19515=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19515
1 x 19515
3 x 6505
5 x 3903
15 x 1301
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19515
1 + 3 + 5 + 15 + 1301 + 3903 + 6505 + 19515 = 31248
ตัวประกอบของ 19515 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 5, 1301
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19515 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19515 = 3 x 5 x 1301
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19515 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19515 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19515 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6505
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19515
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19515 แบบที่หนึ่ง
  • 19515
    • 15
      • 3
      • 5
    • 1301

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19515 แบบที่สอง
  • 19515
    • 3
    • 6505
      • 5
      • 1301
ดังนั้น 19515 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19515 = 3 x 5 x 1301

2. การแยกตัวประกอบของ 19515 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19515 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19515 นั้นก็คือ 3, 5, 1301 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19515

3
)19515
5
)6505
1301
)1301
1
ดังนั้น 19515 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19515 = 3 x 5 x 1301

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19515

1แยกตัวประกอบของ 19515 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 51 x 13011
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 1301 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19515 มีทั้งหมด 8 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19515 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇