ตัวประกอบของ 19505 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19505
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19505 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19505 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19505 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19505 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19505 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 5, 47, 83, 235, 415, 3901, 19505
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19505 ÷ 1 | = | 19505 | เหลือเศษ 0 |
| 19505 ÷ 5 | = | 3901 | เหลือเศษ 0 |
| 19505 ÷ 47 | = | 415 | เหลือเศษ 0 |
| 19505 ÷ 83 | = | 235 | เหลือเศษ 0 |
| 19505 ÷ 235 | = | 83 | เหลือเศษ 0 |
| 19505 ÷ 415 | = | 47 | เหลือเศษ 0 |
| 19505 ÷ 3901 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 19505 ÷ 19505 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19505
| 1 x 19505 | = | 19505 |
| 5 x 3901 | = | 19505 |
| 47 x 415 | = | 19505 |
| 83 x 235 | = | 19505 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19505
1 + 5 + 47 + 83 + 235 + 415 + 3901 + 19505 = 24192
▶ ตัวประกอบของ 19505 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 47, 83
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19505 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19505 = 5 x 47 x 83
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19505 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19505 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19505 มา 1 คู่ เช่น 5 x 3901
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19505
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19505 แบบที่หนึ่ง
- 19505
- 83
- 235
- 5
- 47
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19505 แบบที่สอง
- 19505
- 5
- 3901
- 47
- 83
ดังนั้น 19505 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19505 =
5 x 47 x 83
2. การแยกตัวประกอบของ 19505 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19505 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19505 นั้นก็คือ 5, 47, 83 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19505
5)1950547)390183)831ดังนั้น 19505 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19505 = 5 x 47 x 83วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19505
1แยกตัวประกอบของ 19505 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 471 x 8312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 83 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19505 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19505 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19505 นั้นก็คือ 5, 47, 83 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19505
5
)19505
47
)3901
83
)83
1
ดังนั้น 19505 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19505 = 5 x 47 x 83
1แยกตัวประกอบของ 19505 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 471 x 831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 83 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19505 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19505 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
