ตัวประกอบของ 13450 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13450
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 13450 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 13450 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 13450 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 13450 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 13450 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 5, 10, 25, 50, 269, 538, 1345, 2690, 6725, 13450
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 13450 ÷ 1 | = | 13450 | เหลือเศษ 0 |
| 13450 ÷ 2 | = | 6725 | เหลือเศษ 0 |
| 13450 ÷ 5 | = | 2690 | เหลือเศษ 0 |
| 13450 ÷ 10 | = | 1345 | เหลือเศษ 0 |
| 13450 ÷ 25 | = | 538 | เหลือเศษ 0 |
| 13450 ÷ 50 | = | 269 | เหลือเศษ 0 |
| 13450 ÷ 269 | = | 50 | เหลือเศษ 0 |
| 13450 ÷ 538 | = | 25 | เหลือเศษ 0 |
| 13450 ÷ 1345 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 13450 ÷ 2690 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 13450 ÷ 6725 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 13450 ÷ 13450 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13450
| 1 x 13450 | = | 13450 |
| 2 x 6725 | = | 13450 |
| 5 x 2690 | = | 13450 |
| 10 x 1345 | = | 13450 |
| 25 x 538 | = | 13450 |
| 50 x 269 | = | 13450 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13450
1 + 2 + 5 + 10 + 25 + 50 + 269 + 538 + 1345 + 2690 + 6725 + 13450 = 25110
▶ ตัวประกอบของ 13450 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 5, 269
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 13450 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13450 = 2 x 5 x 5 x 269
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13450 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13450 = 2 x 52 x 269
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13450 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13450 = 2 x 52 x 269
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 13450 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13450 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13450 มา 1 คู่ เช่น 2 x 6725
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13450
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13450 แบบที่หนึ่ง
- 13450
- 50
- 5
- 10
- 2
- 5
- 269
- 50
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13450 แบบที่สอง
- 13450
- 2
- 6725
- 5
- 1345
- 5
- 269
ดังนั้น 13450 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13450 =
2 x 5 x 5 x 269
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13450 =
2 x 52 x 269 หรือ 21 x 52 x 2691
2. การแยกตัวประกอบของ 13450 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 13450 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13450 นั้นก็คือ 2, 5, 269 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13450
2)134505)67255)1345269)2691ดังนั้น 13450 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้13450 = 2 x 5 x 5 x 269หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง13450 = 2 x 52 x 269 หรือ 21 x 52 x 2691วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13450
1แยกตัวประกอบของ 13450 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 52 x 26912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 269 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 = 12✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13450 มีทั้งหมด 12 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 13450 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13450 นั้นก็คือ 2, 5, 269 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13450
2
)13450
5
)6725
5
)1345
269
)269
1
ดังนั้น 13450 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13450 = 2 x 5 x 5 x 269
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13450 = 2 x 52 x 269 หรือ 21 x 52 x 2691
1แยกตัวประกอบของ 13450 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 52 x 2691
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 269 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 = 12✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13450 มีทั้งหมด 12 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13450 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
