ตัวประกอบของ 13460 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13460
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 13460 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 13460 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 13460 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 13460 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 13460 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 4, 5, 10, 20, 673, 1346, 2692, 3365, 6730, 13460
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 13460 ÷ 1 | = | 13460 | เหลือเศษ 0 |
| 13460 ÷ 2 | = | 6730 | เหลือเศษ 0 |
| 13460 ÷ 4 | = | 3365 | เหลือเศษ 0 |
| 13460 ÷ 5 | = | 2692 | เหลือเศษ 0 |
| 13460 ÷ 10 | = | 1346 | เหลือเศษ 0 |
| 13460 ÷ 20 | = | 673 | เหลือเศษ 0 |
| 13460 ÷ 673 | = | 20 | เหลือเศษ 0 |
| 13460 ÷ 1346 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 13460 ÷ 2692 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 13460 ÷ 3365 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 13460 ÷ 6730 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 13460 ÷ 13460 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13460
| 1 x 13460 | = | 13460 |
| 2 x 6730 | = | 13460 |
| 4 x 3365 | = | 13460 |
| 5 x 2692 | = | 13460 |
| 10 x 1346 | = | 13460 |
| 20 x 673 | = | 13460 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13460
1 + 2 + 4 + 5 + 10 + 20 + 673 + 1346 + 2692 + 3365 + 6730 + 13460 = 28308
▶ ตัวประกอบของ 13460 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 5, 673
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 13460 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13460 = 2 x 2 x 5 x 673
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13460 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13460 = 22 x 5 x 673
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13460 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13460 = 22 x 5 x 673
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 13460 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13460 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13460 มา 1 คู่ เช่น 2 x 6730
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13460
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13460 แบบที่หนึ่ง
- 13460
- 20
- 4
- 2
- 2
- 5
- 4
- 673
- 20
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13460 แบบที่สอง
- 13460
- 2
- 6730
- 2
- 3365
- 5
- 673
ดังนั้น 13460 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13460 =
2 x 2 x 5 x 673
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13460 =
22 x 5 x 673 หรือ 22 x 51 x 6731
2. การแยกตัวประกอบของ 13460 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 13460 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13460 นั้นก็คือ 2, 5, 673 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13460
2)134602)67305)3365673)6731ดังนั้น 13460 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้13460 = 2 x 2 x 5 x 673หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง13460 = 22 x 5 x 673 หรือ 22 x 51 x 6731วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13460
1แยกตัวประกอบของ 13460 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 51 x 67312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 673 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13460 มีทั้งหมด 12 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 13460 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13460 นั้นก็คือ 2, 5, 673 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13460
2
)13460
2
)6730
5
)3365
673
)673
1
ดังนั้น 13460 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13460 = 2 x 2 x 5 x 673
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13460 = 22 x 5 x 673 หรือ 22 x 51 x 6731
1แยกตัวประกอบของ 13460 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 51 x 6731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 673 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13460 มีทั้งหมด 12 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13460 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
