โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 13456 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13456

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 13456 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 13456 มีทั้งหมด 15 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 16, 29, 58, 116, 232, 464, 841, 1682, 3364, 6728, 13456
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
13456 ÷ 1=13456เหลือเศษ 0
13456 ÷ 2=6728เหลือเศษ 0
13456 ÷ 4=3364เหลือเศษ 0
13456 ÷ 8=1682เหลือเศษ 0
13456 ÷ 16=841เหลือเศษ 0
13456 ÷ 29=464เหลือเศษ 0
13456 ÷ 58=232เหลือเศษ 0
13456 ÷ 116=116เหลือเศษ 0
13456 ÷ 232=58เหลือเศษ 0
13456 ÷ 464=29เหลือเศษ 0
13456 ÷ 841=16เหลือเศษ 0
13456 ÷ 1682=8เหลือเศษ 0
13456 ÷ 3364=4เหลือเศษ 0
13456 ÷ 6728=2เหลือเศษ 0
13456 ÷ 13456=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13456
1 x 13456
2 x 6728
4 x 3364
8 x 1682
16 x 841
29 x 464
58 x 232
116 x 116
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13456
1 + 2 + 4 + 8 + 16 + 29 + 58 + 116 + 232 + 464 + 841 + 1682 + 3364 + 6728 + 13456 = 27001
ตัวประกอบของ 13456 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 29
การแยกตัวประกอบคืออะไร

13456 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

13456 = 2 x 2 x 2 x 2 x 29 x 29
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13456 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13456 = 24 x 292
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 13456 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13456 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13456 มา 1 คู่ เช่น 2 x 6728
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13456
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13456 แบบที่หนึ่ง
  • 13456
    • 116
      • 4
        • 2
        • 2
      • 29
    • 116
      • 4
        • 2
        • 2
      • 29

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13456 แบบที่สอง
  • 13456
    • 2
    • 6728
      • 2
      • 3364
        • 2
        • 1682
          • 2
          • 841
            • 29
            • 29
ดังนั้น 13456 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13456 = 2 x 2 x 2 x 2 x 29 x 29
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13456 = 24 x 292

2. การแยกตัวประกอบของ 13456 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 13456 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13456 นั้นก็คือ 2, 29 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13456

2
)13456
2
)6728
2
)3364
2
)1682
29
)841
29
)29
1
ดังนั้น 13456 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13456 = 2 x 2 x 2 x 2 x 29 x 29
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13456 = 24 x 292

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13456

1แยกตัวประกอบของ 13456 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 292
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
  • 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 3 = 15
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13456 มีทั้งหมด 15 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13456 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇