โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32466 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32466

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32466 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32466 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 7, 14, 21, 42, 773, 1546, 2319, 4638, 5411, 10822, 16233, 32466
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32466 ÷ 1=32466เหลือเศษ 0
32466 ÷ 2=16233เหลือเศษ 0
32466 ÷ 3=10822เหลือเศษ 0
32466 ÷ 6=5411เหลือเศษ 0
32466 ÷ 7=4638เหลือเศษ 0
32466 ÷ 14=2319เหลือเศษ 0
32466 ÷ 21=1546เหลือเศษ 0
32466 ÷ 42=773เหลือเศษ 0
32466 ÷ 773=42เหลือเศษ 0
32466 ÷ 1546=21เหลือเศษ 0
32466 ÷ 2319=14เหลือเศษ 0
32466 ÷ 4638=7เหลือเศษ 0
32466 ÷ 5411=6เหลือเศษ 0
32466 ÷ 10822=3เหลือเศษ 0
32466 ÷ 16233=2เหลือเศษ 0
32466 ÷ 32466=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32466
1 x 32466
2 x 16233
3 x 10822
6 x 5411
7 x 4638
14 x 2319
21 x 1546
42 x 773
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32466
1 + 2 + 3 + 6 + 7 + 14 + 21 + 42 + 773 + 1546 + 2319 + 4638 + 5411 + 10822 + 16233 + 32466 = 74304
ตัวประกอบของ 32466 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 7, 773
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32466 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32466 = 2 x 3 x 7 x 773
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32466 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32466 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32466 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16233
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32466
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32466 แบบที่หนึ่ง
  • 32466
    • 42
      • 6
        • 2
        • 3
      • 7
    • 773

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32466 แบบที่สอง
  • 32466
    • 2
    • 16233
      • 3
      • 5411
        • 7
        • 773
ดังนั้น 32466 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32466 = 2 x 3 x 7 x 773

2. การแยกตัวประกอบของ 32466 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32466 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32466 นั้นก็คือ 2, 3, 7, 773 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32466

2
)32466
3
)16233
7
)5411
773
)773
1
ดังนั้น 32466 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32466 = 2 x 3 x 7 x 773

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32466

1แยกตัวประกอบของ 32466 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 71 x 7731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 773 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32466 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32466 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇