ตัวประกอบของ 32465 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32465
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32465 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32465 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32465 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32465 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32465 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 5, 43, 151, 215, 755, 6493, 32465
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32465 ÷ 1 | = | 32465 | เหลือเศษ 0 |
| 32465 ÷ 5 | = | 6493 | เหลือเศษ 0 |
| 32465 ÷ 43 | = | 755 | เหลือเศษ 0 |
| 32465 ÷ 151 | = | 215 | เหลือเศษ 0 |
| 32465 ÷ 215 | = | 151 | เหลือเศษ 0 |
| 32465 ÷ 755 | = | 43 | เหลือเศษ 0 |
| 32465 ÷ 6493 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 32465 ÷ 32465 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32465
| 1 x 32465 | = | 32465 |
| 5 x 6493 | = | 32465 |
| 43 x 755 | = | 32465 |
| 151 x 215 | = | 32465 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32465
1 + 5 + 43 + 151 + 215 + 755 + 6493 + 32465 = 40128
▶ ตัวประกอบของ 32465 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 43, 151
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32465 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32465 = 5 x 43 x 151
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32465 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32465 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32465 มา 1 คู่ เช่น 5 x 6493
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32465
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32465 แบบที่หนึ่ง
- 32465
- 151
- 215
- 5
- 43
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32465 แบบที่สอง
- 32465
- 5
- 6493
- 43
- 151
ดังนั้น 32465 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32465 =
5 x 43 x 151
2. การแยกตัวประกอบของ 32465 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32465 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32465 นั้นก็คือ 5, 43, 151 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32465
5)3246543)6493151)1511ดังนั้น 32465 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32465 = 5 x 43 x 151วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32465
1แยกตัวประกอบของ 32465 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 431 x 15112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 151 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32465 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32465 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32465 นั้นก็คือ 5, 43, 151 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32465
5
)32465
43
)6493
151
)151
1
ดังนั้น 32465 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32465 = 5 x 43 x 151
1แยกตัวประกอบของ 32465 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 431 x 1511
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 151 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32465 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32465 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
