ตัวประกอบของ 81315 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 81315
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 81315 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 81315 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 81315 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 81315 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 81315 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 3, 5, 9, 13, 15, 39, 45, 65, 117, 139, 195, 417, 585, 695, 1251, 1807, 2085, 5421, 6255, 9035, 16263, 27105, 81315
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 81315 ÷ 1 | = | 81315 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 3 | = | 27105 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 5 | = | 16263 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 9 | = | 9035 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 13 | = | 6255 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 15 | = | 5421 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 39 | = | 2085 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 45 | = | 1807 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 65 | = | 1251 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 117 | = | 695 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 139 | = | 585 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 195 | = | 417 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 417 | = | 195 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 585 | = | 139 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 695 | = | 117 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 1251 | = | 65 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 1807 | = | 45 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 2085 | = | 39 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 5421 | = | 15 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 6255 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 9035 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 16263 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 27105 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 81315 ÷ 81315 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 81315
| 1 x 81315 | = | 81315 |
| 3 x 27105 | = | 81315 |
| 5 x 16263 | = | 81315 |
| 9 x 9035 | = | 81315 |
| 13 x 6255 | = | 81315 |
| 15 x 5421 | = | 81315 |
| 39 x 2085 | = | 81315 |
| 45 x 1807 | = | 81315 |
| 65 x 1251 | = | 81315 |
| 117 x 695 | = | 81315 |
| 139 x 585 | = | 81315 |
| 195 x 417 | = | 81315 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 81315
1 + 3 + 5 + 9 + 13 + 15 + 39 + 45 + 65 + 117 + 139 + 195 + 417 + 585 + 695 + 1251 + 1807 + 2085 + 5421 + 6255 + 9035 + 16263 + 27105 + 81315 = 152880
▶ ตัวประกอบของ 81315 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
3, 5, 13, 139
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 81315 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
81315 = 3 x 3 x 5 x 13 x 139
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 81315 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
81315 = 32 x 5 x 13 x 139
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 81315 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
81315 = 32 x 5 x 13 x 139
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 81315 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 81315 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 81315 มา 1 คู่ เช่น 3 x 27105
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 81315
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 81315 แบบที่หนึ่ง
- 81315
- 195
- 13
- 15
- 3
- 5
- 417
- 3
- 139
- 195
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 81315 แบบที่สอง
- 81315
- 3
- 27105
- 3
- 9035
- 5
- 1807
- 13
- 139
ดังนั้น 81315 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
81315 =
3 x 3 x 5 x 13 x 139
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
81315 =
32 x 5 x 13 x 139 หรือ 32 x 51 x 131 x 1391
2. การแยกตัวประกอบของ 81315 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 81315 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 81315 นั้นก็คือ 3, 5, 13, 139 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 81315
3)813153)271055)903513)1807139)1391ดังนั้น 81315 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้81315 = 3 x 3 x 5 x 13 x 139หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง81315 = 32 x 5 x 13 x 139 หรือ 32 x 51 x 131 x 1391วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 81315
1แยกตัวประกอบของ 81315 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 51 x 131 x 13912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 139 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 81315 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 81315 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 81315 นั้นก็คือ 3, 5, 13, 139 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 81315
3
)81315
3
)27105
5
)9035
13
)1807
139
)139
1
ดังนั้น 81315 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
81315 = 3 x 3 x 5 x 13 x 139
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
81315 = 32 x 5 x 13 x 139 หรือ 32 x 51 x 131 x 1391
1แยกตัวประกอบของ 81315 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 51 x 131 x 1391
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 139 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 81315 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 81315 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
