ตัวประกอบของ 51122 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 51122
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 51122 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 51122 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 51122 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 51122 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 51122 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 2, 25561, 51122
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 51122 ÷ 1 | = | 51122 | เหลือเศษ 0 |
| 51122 ÷ 2 | = | 25561 | เหลือเศษ 0 |
| 51122 ÷ 25561 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 51122 ÷ 51122 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 51122
| 1 x 51122 | = | 51122 |
| 2 x 25561 | = | 51122 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 51122
1 + 2 + 25561 + 51122 = 76686
▶ ตัวประกอบของ 51122 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 25561
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 51122 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51122 = 2 x 25561
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 51122 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 51122 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 51122 มา 1 คู่ เช่น 2 x 25561
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51122
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51122
- 51122
- 2
- 25561
ดังนั้น 51122 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51122 =
2 x 25561
2. การแยกตัวประกอบของ 51122 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 51122 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51122 นั้นก็คือ 2, 25561 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51122
2)5112225561)255611ดังนั้น 51122 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้51122 = 2 x 25561วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 51122
1แยกตัวประกอบของ 51122 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 2556112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 25561 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51122 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 51122 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51122 นั้นก็คือ 2, 25561 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51122
2
)51122
25561
)25561
1
ดังนั้น 51122 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51122 = 2 x 25561
1แยกตัวประกอบของ 51122 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 255611
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 25561 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51122 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 51122 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
