ตัวประกอบของ 32552 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32552
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32552 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32552 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32552 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32552 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32552 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 13, 26, 52, 104, 313, 626, 1252, 2504, 4069, 8138, 16276, 32552
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32552 ÷ 1 | = | 32552 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 2 | = | 16276 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 4 | = | 8138 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 8 | = | 4069 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 13 | = | 2504 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 26 | = | 1252 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 52 | = | 626 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 104 | = | 313 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 313 | = | 104 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 626 | = | 52 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 1252 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 2504 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 4069 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 8138 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 16276 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 32552 ÷ 32552 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32552
| 1 x 32552 | = | 32552 |
| 2 x 16276 | = | 32552 |
| 4 x 8138 | = | 32552 |
| 8 x 4069 | = | 32552 |
| 13 x 2504 | = | 32552 |
| 26 x 1252 | = | 32552 |
| 52 x 626 | = | 32552 |
| 104 x 313 | = | 32552 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32552
1 + 2 + 4 + 8 + 13 + 26 + 52 + 104 + 313 + 626 + 1252 + 2504 + 4069 + 8138 + 16276 + 32552 = 65940
▶ ตัวประกอบของ 32552 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 313
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32552 = 2 x 2 x 2 x 13 x 313
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32552 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32552 = 23 x 13 x 313
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32552 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32552 = 23 x 13 x 313
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32552 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32552 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32552 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16276
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32552
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32552 แบบที่หนึ่ง
- 32552
- 104
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 13
- 8
- 313
- 104
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32552 แบบที่สอง
- 32552
- 2
- 16276
- 2
- 8138
- 2
- 4069
- 13
- 313
ดังนั้น 32552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32552 =
2 x 2 x 2 x 13 x 313
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32552 =
23 x 13 x 313 หรือ 23 x 131 x 3131
2. การแยกตัวประกอบของ 32552 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32552 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32552 นั้นก็คือ 2, 13, 313 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32552
2)325522)162762)813813)4069313)3131ดังนั้น 32552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32552 = 2 x 2 x 2 x 13 x 313หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง32552 = 23 x 13 x 313 หรือ 23 x 131 x 3131วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32552
1แยกตัวประกอบของ 32552 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 131 x 31312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 313 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32552 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32552 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32552 นั้นก็คือ 2, 13, 313 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32552
2
)32552
2
)16276
2
)8138
13
)4069
313
)313
1
ดังนั้น 32552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32552 = 2 x 2 x 2 x 13 x 313
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32552 = 23 x 13 x 313 หรือ 23 x 131 x 3131
1แยกตัวประกอบของ 32552 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 131 x 3131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 313 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32552 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32552 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
