โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32488 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32488

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32488 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32488 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 31, 62, 124, 131, 248, 262, 524, 1048, 4061, 8122, 16244, 32488
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32488 ÷ 1=32488เหลือเศษ 0
32488 ÷ 2=16244เหลือเศษ 0
32488 ÷ 4=8122เหลือเศษ 0
32488 ÷ 8=4061เหลือเศษ 0
32488 ÷ 31=1048เหลือเศษ 0
32488 ÷ 62=524เหลือเศษ 0
32488 ÷ 124=262เหลือเศษ 0
32488 ÷ 131=248เหลือเศษ 0
32488 ÷ 248=131เหลือเศษ 0
32488 ÷ 262=124เหลือเศษ 0
32488 ÷ 524=62เหลือเศษ 0
32488 ÷ 1048=31เหลือเศษ 0
32488 ÷ 4061=8เหลือเศษ 0
32488 ÷ 8122=4เหลือเศษ 0
32488 ÷ 16244=2เหลือเศษ 0
32488 ÷ 32488=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32488
1 x 32488
2 x 16244
4 x 8122
8 x 4061
31 x 1048
62 x 524
124 x 262
131 x 248
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32488
1 + 2 + 4 + 8 + 31 + 62 + 124 + 131 + 248 + 262 + 524 + 1048 + 4061 + 8122 + 16244 + 32488 = 63360
ตัวประกอบของ 32488 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 31, 131
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32488 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32488 = 2 x 2 x 2 x 31 x 131
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32488 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32488 = 23 x 31 x 131
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32488 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32488 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32488 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16244
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32488
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32488 แบบที่หนึ่ง
  • 32488
    • 131
    • 248
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 31

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32488 แบบที่สอง
  • 32488
    • 2
    • 16244
      • 2
      • 8122
        • 2
        • 4061
          • 31
          • 131
ดังนั้น 32488 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32488 = 2 x 2 x 2 x 31 x 131
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32488 = 23 x 31 x 131 หรือ 23 x 311 x 1311

2. การแยกตัวประกอบของ 32488 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32488 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32488 นั้นก็คือ 2, 31, 131 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32488

2
)32488
2
)16244
2
)8122
31
)4061
131
)131
1
ดังนั้น 32488 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32488 = 2 x 2 x 2 x 31 x 131
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32488 = 23 x 31 x 131 หรือ 23 x 311 x 1311

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32488

1แยกตัวประกอบของ 32488 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 311 x 1311
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 131 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32488 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32488 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇