โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32487 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32487

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32487 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32487 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 3, 7, 13, 17, 21, 39, 49, 51, 91, 119, 147, 221, 273, 357, 637, 663, 833, 1547, 1911, 2499, 4641, 10829, 32487
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32487 ÷ 1=32487เหลือเศษ 0
32487 ÷ 3=10829เหลือเศษ 0
32487 ÷ 7=4641เหลือเศษ 0
32487 ÷ 13=2499เหลือเศษ 0
32487 ÷ 17=1911เหลือเศษ 0
32487 ÷ 21=1547เหลือเศษ 0
32487 ÷ 39=833เหลือเศษ 0
32487 ÷ 49=663เหลือเศษ 0
32487 ÷ 51=637เหลือเศษ 0
32487 ÷ 91=357เหลือเศษ 0
32487 ÷ 119=273เหลือเศษ 0
32487 ÷ 147=221เหลือเศษ 0
32487 ÷ 221=147เหลือเศษ 0
32487 ÷ 273=119เหลือเศษ 0
32487 ÷ 357=91เหลือเศษ 0
32487 ÷ 637=51เหลือเศษ 0
32487 ÷ 663=49เหลือเศษ 0
32487 ÷ 833=39เหลือเศษ 0
32487 ÷ 1547=21เหลือเศษ 0
32487 ÷ 1911=17เหลือเศษ 0
32487 ÷ 2499=13เหลือเศษ 0
32487 ÷ 4641=7เหลือเศษ 0
32487 ÷ 10829=3เหลือเศษ 0
32487 ÷ 32487=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32487
1 x 32487
3 x 10829
7 x 4641
13 x 2499
17 x 1911
21 x 1547
39 x 833
49 x 663
51 x 637
91 x 357
119 x 273
147 x 221
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32487
1 + 3 + 7 + 13 + 17 + 21 + 39 + 49 + 51 + 91 + 119 + 147 + 221 + 273 + 357 + 637 + 663 + 833 + 1547 + 1911 + 2499 + 4641 + 10829 + 32487 = 57456
ตัวประกอบของ 32487 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
3, 7, 13, 17
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32487 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32487 = 3 x 7 x 7 x 13 x 17
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32487 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32487 = 3 x 72 x 13 x 17
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32487 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32487 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32487 มา 1 คู่ เช่น 3 x 10829
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32487
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32487 แบบที่หนึ่ง
  • 32487
    • 147
      • 7
      • 21
        • 3
        • 7
    • 221
      • 13
      • 17

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32487 แบบที่สอง
  • 32487
    • 3
    • 10829
      • 7
      • 1547
        • 7
        • 221
          • 13
          • 17
ดังนั้น 32487 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32487 = 3 x 7 x 7 x 13 x 17
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32487 = 3 x 72 x 13 x 17 หรือ 31 x 72 x 131 x 171

2. การแยกตัวประกอบของ 32487 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32487 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32487 นั้นก็คือ 3, 7, 13, 17 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32487

3
)32487
7
)10829
7
)1547
13
)221
17
)17
1
ดังนั้น 32487 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32487 = 3 x 7 x 7 x 13 x 17
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32487 = 3 x 72 x 13 x 17 หรือ 31 x 72 x 131 x 171

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32487

1แยกตัวประกอบของ 32487 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 72 x 131 x 171
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 x 2 = 24
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32487 มีทั้งหมด 24 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32487 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇