ตัวประกอบของ 32357 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32357
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32357 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32357 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32357 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32357 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32357 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 13, 19, 131, 247, 1703, 2489, 32357
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32357 ÷ 1 | = | 32357 | เหลือเศษ 0 |
| 32357 ÷ 13 | = | 2489 | เหลือเศษ 0 |
| 32357 ÷ 19 | = | 1703 | เหลือเศษ 0 |
| 32357 ÷ 131 | = | 247 | เหลือเศษ 0 |
| 32357 ÷ 247 | = | 131 | เหลือเศษ 0 |
| 32357 ÷ 1703 | = | 19 | เหลือเศษ 0 |
| 32357 ÷ 2489 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 32357 ÷ 32357 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32357
| 1 x 32357 | = | 32357 |
| 13 x 2489 | = | 32357 |
| 19 x 1703 | = | 32357 |
| 131 x 247 | = | 32357 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32357
1 + 13 + 19 + 131 + 247 + 1703 + 2489 + 32357 = 36960
▶ ตัวประกอบของ 32357 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
13, 19, 131
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32357 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32357 = 13 x 19 x 131
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32357 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32357 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32357 มา 1 คู่ เช่น 13 x 2489
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32357
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32357 แบบที่หนึ่ง
- 32357
- 131
- 247
- 13
- 19
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32357 แบบที่สอง
- 32357
- 13
- 2489
- 19
- 131
ดังนั้น 32357 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32357 =
13 x 19 x 131
2. การแยกตัวประกอบของ 32357 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32357 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32357 นั้นก็คือ 13, 19, 131 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32357
13)3235719)2489131)1311ดังนั้น 32357 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32357 = 13 x 19 x 131วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32357
1แยกตัวประกอบของ 32357 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 191 x 13112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 131 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32357 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32357 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32357 นั้นก็คือ 13, 19, 131 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32357
13
)32357
19
)2489
131
)131
1
ดังนั้น 32357 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32357 = 13 x 19 x 131
1แยกตัวประกอบของ 32357 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 191 x 1311
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 131 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32357 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32357 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
