ตัวประกอบของ 32347 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32347
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32347 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32347 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 32347 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32347 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32347 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 7, 4621, 32347
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32347 ÷ 1 | = | 32347 | เหลือเศษ 0 |
| 32347 ÷ 7 | = | 4621 | เหลือเศษ 0 |
| 32347 ÷ 4621 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 32347 ÷ 32347 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32347
| 1 x 32347 | = | 32347 |
| 7 x 4621 | = | 32347 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32347
1 + 7 + 4621 + 32347 = 36976
▶ ตัวประกอบของ 32347 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
7, 4621
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32347 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32347 = 7 x 4621
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32347 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32347 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32347 มา 1 คู่ เช่น 7 x 4621
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32347
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32347
- 32347
- 7
- 4621
ดังนั้น 32347 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32347 =
7 x 4621
2. การแยกตัวประกอบของ 32347 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32347 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32347 นั้นก็คือ 7, 4621 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32347
7)323474621)46211ดังนั้น 32347 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32347 = 7 x 4621วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32347
1แยกตัวประกอบของ 32347 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 462112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 4621 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32347 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32347 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32347 นั้นก็คือ 7, 4621 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32347
7
)32347
4621
)4621
1
ดังนั้น 32347 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32347 = 7 x 4621
1แยกตัวประกอบของ 32347 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 46211
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 4621 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32347 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32347 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
