โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 31256 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 31256

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 31256 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 31256 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 3907, 7814, 15628, 31256
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
31256 ÷ 1=31256เหลือเศษ 0
31256 ÷ 2=15628เหลือเศษ 0
31256 ÷ 4=7814เหลือเศษ 0
31256 ÷ 8=3907เหลือเศษ 0
31256 ÷ 3907=8เหลือเศษ 0
31256 ÷ 7814=4เหลือเศษ 0
31256 ÷ 15628=2เหลือเศษ 0
31256 ÷ 31256=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 31256
1 x 31256
2 x 15628
4 x 7814
8 x 3907
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 31256
1 + 2 + 4 + 8 + 3907 + 7814 + 15628 + 31256 = 58620
ตัวประกอบของ 31256 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 3907
การแยกตัวประกอบคืออะไร

31256 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

31256 = 2 x 2 x 2 x 3907
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 31256 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
31256 = 23 x 3907
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 31256 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 31256 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 31256 มา 1 คู่ เช่น 2 x 15628
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31256
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31256 แบบที่หนึ่ง
  • 31256
    • 8
      • 2
      • 4
        • 2
        • 2
    • 3907

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31256 แบบที่สอง
  • 31256
    • 2
    • 15628
      • 2
      • 7814
        • 2
        • 3907
ดังนั้น 31256 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31256 = 2 x 2 x 2 x 3907
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31256 = 23 x 3907 หรือ 23 x 39071

2. การแยกตัวประกอบของ 31256 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 31256 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31256 นั้นก็คือ 2, 3907 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31256

2
)31256
2
)15628
2
)7814
3907
)3907
1
ดังนั้น 31256 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31256 = 2 x 2 x 2 x 3907
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31256 = 23 x 3907 หรือ 23 x 39071

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 31256

1แยกตัวประกอบของ 31256 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 39071
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 3907 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 = 8
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31256 มีทั้งหมด 8 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 31256 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇