โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19663 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19663

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19663 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19663 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 7, 53, 371, 2809, 19663
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19663 ÷ 1=19663เหลือเศษ 0
19663 ÷ 7=2809เหลือเศษ 0
19663 ÷ 53=371เหลือเศษ 0
19663 ÷ 371=53เหลือเศษ 0
19663 ÷ 2809=7เหลือเศษ 0
19663 ÷ 19663=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19663
1 x 19663
7 x 2809
53 x 371
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19663
1 + 7 + 53 + 371 + 2809 + 19663 = 22904
ตัวประกอบของ 19663 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
7, 53
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19663 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19663 = 7 x 53 x 53
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19663 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19663 = 7 x 532
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19663 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19663 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19663 มา 1 คู่ เช่น 7 x 2809
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19663
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19663 แบบที่หนึ่ง
  • 19663
    • 53
    • 371
      • 7
      • 53

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19663 แบบที่สอง
  • 19663
    • 7
    • 2809
      • 53
      • 53
ดังนั้น 19663 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19663 = 7 x 53 x 53
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19663 = 7 x 532 หรือ 71 x 532

2. การแยกตัวประกอบของ 19663 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19663 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19663 นั้นก็คือ 7, 53 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19663

7
)19663
53
)2809
53
)53
1
ดังนั้น 19663 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19663 = 7 x 53 x 53
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19663 = 7 x 532 หรือ 71 x 532

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19663

1แยกตัวประกอบของ 19663 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 532
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 53 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 = 6
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19663 มีทั้งหมด 6 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19663 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇