ตัวประกอบของ 19672 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19672
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19672 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19672 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19672 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19672 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19672 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 2459, 4918, 9836, 19672
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19672 ÷ 1 | = | 19672 | เหลือเศษ 0 |
| 19672 ÷ 2 | = | 9836 | เหลือเศษ 0 |
| 19672 ÷ 4 | = | 4918 | เหลือเศษ 0 |
| 19672 ÷ 8 | = | 2459 | เหลือเศษ 0 |
| 19672 ÷ 2459 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 19672 ÷ 4918 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 19672 ÷ 9836 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 19672 ÷ 19672 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19672
| 1 x 19672 | = | 19672 |
| 2 x 9836 | = | 19672 |
| 4 x 4918 | = | 19672 |
| 8 x 2459 | = | 19672 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19672
1 + 2 + 4 + 8 + 2459 + 4918 + 9836 + 19672 = 36900
▶ ตัวประกอบของ 19672 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 2459
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19672 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19672 = 2 x 2 x 2 x 2459
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19672 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19672 = 23 x 2459
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19672 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19672 = 23 x 2459
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19672 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19672 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19672 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9836
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19672
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19672 แบบที่หนึ่ง
- 19672
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 2459
- 8
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19672 แบบที่สอง
- 19672
- 2
- 9836
- 2
- 4918
- 2
- 2459
ดังนั้น 19672 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19672 =
2 x 2 x 2 x 2459
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19672 =
23 x 2459 หรือ 23 x 24591
2. การแยกตัวประกอบของ 19672 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19672 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19672 นั้นก็คือ 2, 2459 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19672
2)196722)98362)49182459)24591ดังนั้น 19672 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19672 = 2 x 2 x 2 x 2459หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง19672 = 23 x 2459 หรือ 23 x 24591วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19672
1แยกตัวประกอบของ 19672 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 245912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 2459 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19672 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19672 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19672 นั้นก็คือ 2, 2459 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19672
2
)19672
2
)9836
2
)4918
2459
)2459
1
ดังนั้น 19672 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19672 = 2 x 2 x 2 x 2459
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19672 = 23 x 2459 หรือ 23 x 24591
1แยกตัวประกอบของ 19672 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 24591
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 2459 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19672 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19672 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
