ตัวประกอบของ 19673 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19673
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19673 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19673 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 19673 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19673 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19673 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 103, 191, 19673
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19673 ÷ 1 | = | 19673 | เหลือเศษ 0 |
| 19673 ÷ 103 | = | 191 | เหลือเศษ 0 |
| 19673 ÷ 191 | = | 103 | เหลือเศษ 0 |
| 19673 ÷ 19673 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19673
| 1 x 19673 | = | 19673 |
| 103 x 191 | = | 19673 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19673
1 + 103 + 191 + 19673 = 19968
▶ ตัวประกอบของ 19673 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
103, 191
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19673 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19673 = 103 x 191
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19673 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19673 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19673 มา 1 คู่ เช่น 103 x 191
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19673
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19673
- 19673
- 103
- 191
ดังนั้น 19673 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19673 =
103 x 191
2. การแยกตัวประกอบของ 19673 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19673 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19673 นั้นก็คือ 103, 191 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19673
103)19673191)1911ดังนั้น 19673 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19673 = 103 x 191วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19673
1แยกตัวประกอบของ 19673 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 1031 x 19112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 103 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 191 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19673 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19673 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19673 นั้นก็คือ 103, 191 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19673
103
)19673
191
)191
1
ดังนั้น 19673 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19673 = 103 x 191
1แยกตัวประกอบของ 19673 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 1031 x 1911
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 103 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 191 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19673 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19673 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
