โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19460 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19460

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19460 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19460 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 4, 5, 7, 10, 14, 20, 28, 35, 70, 139, 140, 278, 556, 695, 973, 1390, 1946, 2780, 3892, 4865, 9730, 19460
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19460 ÷ 1=19460เหลือเศษ 0
19460 ÷ 2=9730เหลือเศษ 0
19460 ÷ 4=4865เหลือเศษ 0
19460 ÷ 5=3892เหลือเศษ 0
19460 ÷ 7=2780เหลือเศษ 0
19460 ÷ 10=1946เหลือเศษ 0
19460 ÷ 14=1390เหลือเศษ 0
19460 ÷ 20=973เหลือเศษ 0
19460 ÷ 28=695เหลือเศษ 0
19460 ÷ 35=556เหลือเศษ 0
19460 ÷ 70=278เหลือเศษ 0
19460 ÷ 139=140เหลือเศษ 0
19460 ÷ 140=139เหลือเศษ 0
19460 ÷ 278=70เหลือเศษ 0
19460 ÷ 556=35เหลือเศษ 0
19460 ÷ 695=28เหลือเศษ 0
19460 ÷ 973=20เหลือเศษ 0
19460 ÷ 1390=14เหลือเศษ 0
19460 ÷ 1946=10เหลือเศษ 0
19460 ÷ 2780=7เหลือเศษ 0
19460 ÷ 3892=5เหลือเศษ 0
19460 ÷ 4865=4เหลือเศษ 0
19460 ÷ 9730=2เหลือเศษ 0
19460 ÷ 19460=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19460
1 x 19460
2 x 9730
4 x 4865
5 x 3892
7 x 2780
10 x 1946
14 x 1390
20 x 973
28 x 695
35 x 556
70 x 278
139 x 140
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19460
1 + 2 + 4 + 5 + 7 + 10 + 14 + 20 + 28 + 35 + 70 + 139 + 140 + 278 + 556 + 695 + 973 + 1390 + 1946 + 2780 + 3892 + 4865 + 9730 + 19460 = 47040
ตัวประกอบของ 19460 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 5, 7, 139
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19460 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19460 = 2 x 2 x 5 x 7 x 139
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19460 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19460 = 22 x 5 x 7 x 139
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19460 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19460 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19460 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9730
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19460
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19460 แบบที่หนึ่ง
  • 19460
    • 139
    • 140
      • 10
        • 2
        • 5
      • 14
        • 2
        • 7

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19460 แบบที่สอง
  • 19460
    • 2
    • 9730
      • 2
      • 4865
        • 5
        • 973
          • 7
          • 139
ดังนั้น 19460 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19460 = 2 x 2 x 5 x 7 x 139
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19460 = 22 x 5 x 7 x 139 หรือ 22 x 51 x 71 x 1391

2. การแยกตัวประกอบของ 19460 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19460 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19460 นั้นก็คือ 2, 5, 7, 139 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19460

2
)19460
2
)9730
5
)4865
7
)973
139
)139
1
ดังนั้น 19460 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19460 = 2 x 2 x 5 x 7 x 139
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19460 = 22 x 5 x 7 x 139 หรือ 22 x 51 x 71 x 1391

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19460

1แยกตัวประกอบของ 19460 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 51 x 71 x 1391
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 139 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19460 มีทั้งหมด 24 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19460 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇