โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19468 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19468

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19468 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19468 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 4, 31, 62, 124, 157, 314, 628, 4867, 9734, 19468
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19468 ÷ 1=19468เหลือเศษ 0
19468 ÷ 2=9734เหลือเศษ 0
19468 ÷ 4=4867เหลือเศษ 0
19468 ÷ 31=628เหลือเศษ 0
19468 ÷ 62=314เหลือเศษ 0
19468 ÷ 124=157เหลือเศษ 0
19468 ÷ 157=124เหลือเศษ 0
19468 ÷ 314=62เหลือเศษ 0
19468 ÷ 628=31เหลือเศษ 0
19468 ÷ 4867=4เหลือเศษ 0
19468 ÷ 9734=2เหลือเศษ 0
19468 ÷ 19468=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19468
1 x 19468
2 x 9734
4 x 4867
31 x 628
62 x 314
124 x 157
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19468
1 + 2 + 4 + 31 + 62 + 124 + 157 + 314 + 628 + 4867 + 9734 + 19468 = 35392
ตัวประกอบของ 19468 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 31, 157
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19468 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19468 = 2 x 2 x 31 x 157
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19468 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19468 = 22 x 31 x 157
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19468 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19468 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19468 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9734
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19468
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19468 แบบที่หนึ่ง
  • 19468
    • 124
      • 4
        • 2
        • 2
      • 31
    • 157

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19468 แบบที่สอง
  • 19468
    • 2
    • 9734
      • 2
      • 4867
        • 31
        • 157
ดังนั้น 19468 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19468 = 2 x 2 x 31 x 157
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19468 = 22 x 31 x 157 หรือ 22 x 311 x 1571

2. การแยกตัวประกอบของ 19468 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19468 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19468 นั้นก็คือ 2, 31, 157 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19468

2
)19468
2
)9734
31
)4867
157
)157
1
ดังนั้น 19468 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19468 = 2 x 2 x 31 x 157
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19468 = 22 x 31 x 157 หรือ 22 x 311 x 1571

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19468

1แยกตัวประกอบของ 19468 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 311 x 1571
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 157 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19468 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19468 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇