ตัวประกอบของ 19135 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19135
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19135 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19135 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19135 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19135 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19135 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 5, 43, 89, 215, 445, 3827, 19135
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19135 ÷ 1 | = | 19135 | เหลือเศษ 0 |
| 19135 ÷ 5 | = | 3827 | เหลือเศษ 0 |
| 19135 ÷ 43 | = | 445 | เหลือเศษ 0 |
| 19135 ÷ 89 | = | 215 | เหลือเศษ 0 |
| 19135 ÷ 215 | = | 89 | เหลือเศษ 0 |
| 19135 ÷ 445 | = | 43 | เหลือเศษ 0 |
| 19135 ÷ 3827 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 19135 ÷ 19135 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19135
| 1 x 19135 | = | 19135 |
| 5 x 3827 | = | 19135 |
| 43 x 445 | = | 19135 |
| 89 x 215 | = | 19135 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19135
1 + 5 + 43 + 89 + 215 + 445 + 3827 + 19135 = 23760
▶ ตัวประกอบของ 19135 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 43, 89
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19135 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19135 = 5 x 43 x 89
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19135 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19135 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19135 มา 1 คู่ เช่น 5 x 3827
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19135
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19135 แบบที่หนึ่ง
- 19135
- 89
- 215
- 5
- 43
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19135 แบบที่สอง
- 19135
- 5
- 3827
- 43
- 89
ดังนั้น 19135 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19135 =
5 x 43 x 89
2. การแยกตัวประกอบของ 19135 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19135 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19135 นั้นก็คือ 5, 43, 89 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19135
5)1913543)382789)891ดังนั้น 19135 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19135 = 5 x 43 x 89วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19135
1แยกตัวประกอบของ 19135 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 431 x 8912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 89 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19135 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19135 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19135 นั้นก็คือ 5, 43, 89 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19135
5
)19135
43
)3827
89
)89
1
ดังนั้น 19135 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19135 = 5 x 43 x 89
1แยกตัวประกอบของ 19135 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 431 x 891
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 89 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19135 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19135 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
