ตัวประกอบของ 17215 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 17215
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 17215 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 17215 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 17215 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 17215 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 17215 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 5, 11, 55, 313, 1565, 3443, 17215
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 17215 ÷ 1 | = | 17215 | เหลือเศษ 0 |
| 17215 ÷ 5 | = | 3443 | เหลือเศษ 0 |
| 17215 ÷ 11 | = | 1565 | เหลือเศษ 0 |
| 17215 ÷ 55 | = | 313 | เหลือเศษ 0 |
| 17215 ÷ 313 | = | 55 | เหลือเศษ 0 |
| 17215 ÷ 1565 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 17215 ÷ 3443 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 17215 ÷ 17215 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 17215
| 1 x 17215 | = | 17215 |
| 5 x 3443 | = | 17215 |
| 11 x 1565 | = | 17215 |
| 55 x 313 | = | 17215 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 17215
1 + 5 + 11 + 55 + 313 + 1565 + 3443 + 17215 = 22608
▶ ตัวประกอบของ 17215 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 11, 313
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 17215 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17215 = 5 x 11 x 313
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 17215 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 17215 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 17215 มา 1 คู่ เช่น 5 x 3443
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17215
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17215 แบบที่หนึ่ง
- 17215
- 55
- 5
- 11
- 313
- 55
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17215 แบบที่สอง
- 17215
- 5
- 3443
- 11
- 313
ดังนั้น 17215 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17215 =
5 x 11 x 313
2. การแยกตัวประกอบของ 17215 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 17215 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17215 นั้นก็คือ 5, 11, 313 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17215
5)1721511)3443313)3131ดังนั้น 17215 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้17215 = 5 x 11 x 313วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 17215
1แยกตัวประกอบของ 17215 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 111 x 31312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 313 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17215 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 17215 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17215 นั้นก็คือ 5, 11, 313 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17215
5
)17215
11
)3443
313
)313
1
ดังนั้น 17215 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17215 = 5 x 11 x 313
1แยกตัวประกอบของ 17215 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 111 x 3131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 313 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17215 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 17215 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
