โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 17217 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 17217

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 17217 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 17217 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 3, 9, 1913, 5739, 17217
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
17217 ÷ 1=17217เหลือเศษ 0
17217 ÷ 3=5739เหลือเศษ 0
17217 ÷ 9=1913เหลือเศษ 0
17217 ÷ 1913=9เหลือเศษ 0
17217 ÷ 5739=3เหลือเศษ 0
17217 ÷ 17217=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 17217
1 x 17217
3 x 5739
9 x 1913
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 17217
1 + 3 + 9 + 1913 + 5739 + 17217 = 24882
ตัวประกอบของ 17217 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 1913
การแยกตัวประกอบคืออะไร

17217 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

17217 = 3 x 3 x 1913
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 17217 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
17217 = 32 x 1913
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 17217 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 17217 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 17217 มา 1 คู่ เช่น 3 x 5739
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17217
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17217 แบบที่หนึ่ง
  • 17217
    • 9
      • 3
      • 3
    • 1913

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17217 แบบที่สอง
  • 17217
    • 3
    • 5739
      • 3
      • 1913
ดังนั้น 17217 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17217 = 3 x 3 x 1913
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
17217 = 32 x 1913 หรือ 32 x 19131

2. การแยกตัวประกอบของ 17217 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 17217 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17217 นั้นก็คือ 3, 1913 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17217

3
)17217
3
)5739
1913
)1913
1
ดังนั้น 17217 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17217 = 3 x 3 x 1913
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
17217 = 32 x 1913 หรือ 32 x 19131

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 17217

1แยกตัวประกอบของ 17217 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 19131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 1913 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17217 มีทั้งหมด 6 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 17217 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇