ตัวประกอบของ 49238 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 49238
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 49238 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 49238 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 49238 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 49238 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 49238 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 7, 14, 3517, 7034, 24619, 49238
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 49238 ÷ 1 | = | 49238 | เหลือเศษ 0 |
| 49238 ÷ 2 | = | 24619 | เหลือเศษ 0 |
| 49238 ÷ 7 | = | 7034 | เหลือเศษ 0 |
| 49238 ÷ 14 | = | 3517 | เหลือเศษ 0 |
| 49238 ÷ 3517 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 49238 ÷ 7034 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 49238 ÷ 24619 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 49238 ÷ 49238 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 49238
| 1 x 49238 | = | 49238 |
| 2 x 24619 | = | 49238 |
| 7 x 7034 | = | 49238 |
| 14 x 3517 | = | 49238 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 49238
1 + 2 + 7 + 14 + 3517 + 7034 + 24619 + 49238 = 84432
▶ ตัวประกอบของ 49238 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 3517
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 49238 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
49238 = 2 x 7 x 3517
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 49238 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 49238 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 49238 มา 1 คู่ เช่น 2 x 24619
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 49238
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 49238 แบบที่หนึ่ง
- 49238
- 14
- 2
- 7
- 3517
- 14
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 49238 แบบที่สอง
- 49238
- 2
- 24619
- 7
- 3517
ดังนั้น 49238 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
49238 =
2 x 7 x 3517
2. การแยกตัวประกอบของ 49238 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 49238 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 49238 นั้นก็คือ 2, 7, 3517 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 49238
2)492387)246193517)35171ดังนั้น 49238 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้49238 = 2 x 7 x 3517วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 49238
1แยกตัวประกอบของ 49238 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 351712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3517 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 49238 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 49238 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 49238 นั้นก็คือ 2, 7, 3517 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 49238
2
)49238
7
)24619
3517
)3517
1
ดังนั้น 49238 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
49238 = 2 x 7 x 3517
1แยกตัวประกอบของ 49238 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 35171
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3517 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 49238 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 49238 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
