ตัวประกอบของ 32426 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32426
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32426 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32426 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32426 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32426 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32426 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 31, 62, 523, 1046, 16213, 32426
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32426 ÷ 1 | = | 32426 | เหลือเศษ 0 |
| 32426 ÷ 2 | = | 16213 | เหลือเศษ 0 |
| 32426 ÷ 31 | = | 1046 | เหลือเศษ 0 |
| 32426 ÷ 62 | = | 523 | เหลือเศษ 0 |
| 32426 ÷ 523 | = | 62 | เหลือเศษ 0 |
| 32426 ÷ 1046 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 32426 ÷ 16213 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 32426 ÷ 32426 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32426
| 1 x 32426 | = | 32426 |
| 2 x 16213 | = | 32426 |
| 31 x 1046 | = | 32426 |
| 62 x 523 | = | 32426 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32426
1 + 2 + 31 + 62 + 523 + 1046 + 16213 + 32426 = 50304
▶ ตัวประกอบของ 32426 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 31, 523
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32426 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32426 = 2 x 31 x 523
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32426 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32426 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32426 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16213
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32426
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32426 แบบที่หนึ่ง
- 32426
- 62
- 2
- 31
- 523
- 62
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32426 แบบที่สอง
- 32426
- 2
- 16213
- 31
- 523
ดังนั้น 32426 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32426 =
2 x 31 x 523
2. การแยกตัวประกอบของ 32426 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32426 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32426 นั้นก็คือ 2, 31, 523 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32426
2)3242631)16213523)5231ดังนั้น 32426 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32426 = 2 x 31 x 523วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32426
1แยกตัวประกอบของ 32426 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 311 x 52312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 523 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32426 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32426 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32426 นั้นก็คือ 2, 31, 523 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32426
2
)32426
31
)16213
523
)523
1
ดังนั้น 32426 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32426 = 2 x 31 x 523
1แยกตัวประกอบของ 32426 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 311 x 5231
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 523 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32426 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32426 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
