โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32130 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32130

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32130 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32130 มีทั้งหมด 64 ตัวคือ 1, 2, 3, 5, 6, 7, 9, 10, 14, 15, 17, 18, 21, 27, 30, 34, 35, 42, 45, 51, 54, 63, 70, 85, 90, 102, 105, 119, 126, 135, 153, 170, 189, 210, 238, 255, 270, 306, 315, 357, 378, 459, 510, 595, 630, 714, 765, 918, 945, 1071, 1190, 1530, 1785, 1890, 2142, 2295, 3213, 3570, 4590, 5355, 6426, 10710, 16065, 32130
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32130 ÷ 1=32130เหลือเศษ 0
32130 ÷ 2=16065เหลือเศษ 0
32130 ÷ 3=10710เหลือเศษ 0
32130 ÷ 5=6426เหลือเศษ 0
32130 ÷ 6=5355เหลือเศษ 0
32130 ÷ 7=4590เหลือเศษ 0
32130 ÷ 9=3570เหลือเศษ 0
32130 ÷ 10=3213เหลือเศษ 0
32130 ÷ 14=2295เหลือเศษ 0
32130 ÷ 15=2142เหลือเศษ 0
32130 ÷ 17=1890เหลือเศษ 0
32130 ÷ 18=1785เหลือเศษ 0
32130 ÷ 21=1530เหลือเศษ 0
32130 ÷ 27=1190เหลือเศษ 0
32130 ÷ 30=1071เหลือเศษ 0
32130 ÷ 34=945เหลือเศษ 0
32130 ÷ 35=918เหลือเศษ 0
32130 ÷ 42=765เหลือเศษ 0
32130 ÷ 45=714เหลือเศษ 0
32130 ÷ 51=630เหลือเศษ 0
32130 ÷ 54=595เหลือเศษ 0
32130 ÷ 63=510เหลือเศษ 0
32130 ÷ 70=459เหลือเศษ 0
32130 ÷ 85=378เหลือเศษ 0
32130 ÷ 90=357เหลือเศษ 0
32130 ÷ 102=315เหลือเศษ 0
32130 ÷ 105=306เหลือเศษ 0
32130 ÷ 119=270เหลือเศษ 0
32130 ÷ 126=255เหลือเศษ 0
32130 ÷ 135=238เหลือเศษ 0
32130 ÷ 153=210เหลือเศษ 0
32130 ÷ 170=189เหลือเศษ 0
32130 ÷ 189=170เหลือเศษ 0
32130 ÷ 210=153เหลือเศษ 0
32130 ÷ 238=135เหลือเศษ 0
32130 ÷ 255=126เหลือเศษ 0
32130 ÷ 270=119เหลือเศษ 0
32130 ÷ 306=105เหลือเศษ 0
32130 ÷ 315=102เหลือเศษ 0
32130 ÷ 357=90เหลือเศษ 0
32130 ÷ 378=85เหลือเศษ 0
32130 ÷ 459=70เหลือเศษ 0
32130 ÷ 510=63เหลือเศษ 0
32130 ÷ 595=54เหลือเศษ 0
32130 ÷ 630=51เหลือเศษ 0
32130 ÷ 714=45เหลือเศษ 0
32130 ÷ 765=42เหลือเศษ 0
32130 ÷ 918=35เหลือเศษ 0
32130 ÷ 945=34เหลือเศษ 0
32130 ÷ 1071=30เหลือเศษ 0
32130 ÷ 1190=27เหลือเศษ 0
32130 ÷ 1530=21เหลือเศษ 0
32130 ÷ 1785=18เหลือเศษ 0
32130 ÷ 1890=17เหลือเศษ 0
32130 ÷ 2142=15เหลือเศษ 0
32130 ÷ 2295=14เหลือเศษ 0
32130 ÷ 3213=10เหลือเศษ 0
32130 ÷ 3570=9เหลือเศษ 0
32130 ÷ 4590=7เหลือเศษ 0
32130 ÷ 5355=6เหลือเศษ 0
32130 ÷ 6426=5เหลือเศษ 0
32130 ÷ 10710=3เหลือเศษ 0
32130 ÷ 16065=2เหลือเศษ 0
32130 ÷ 32130=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32130
1 x 32130
2 x 16065
3 x 10710
5 x 6426
6 x 5355
7 x 4590
9 x 3570
10 x 3213
14 x 2295
15 x 2142
17 x 1890
18 x 1785
21 x 1530
27 x 1190
30 x 1071
34 x 945
35 x 918
42 x 765
45 x 714
51 x 630
54 x 595
63 x 510
70 x 459
85 x 378
90 x 357
102 x 315
105 x 306
119 x 270
126 x 255
135 x 238
153 x 210
170 x 189
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32130
1 + 2 + 3 + 5 + 6 + 7 + 9 + 10 + 14 + 15 + 17 + 18 + 21 + 27 + 30 + 34 + 35 + 42 + 45 + 51 + 54 + 63 + 70 + 85 + 90 + 102 + 105 + 119 + 126 + 135 + 153 + 170 + 189 + 210 + 238 + 255 + 270 + 306 + 315 + 357 + 378 + 459 + 510 + 595 + 630 + 714 + 765 + 918 + 945 + 1071 + 1190 + 1530 + 1785 + 1890 + 2142 + 2295 + 3213 + 3570 + 4590 + 5355 + 6426 + 10710 + 16065 + 32130 = 103680
ตัวประกอบของ 32130 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 5 ตัวดังนี้
2, 3, 5, 7, 17
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32130 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32130 = 2 x 3 x 3 x 3 x 5 x 7 x 17
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32130 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32130 = 2 x 33 x 5 x 7 x 17
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32130 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32130 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32130 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16065
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32130
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32130 แบบที่หนึ่ง
  • 32130
    • 170
      • 10
        • 2
        • 5
      • 17
    • 189
      • 9
        • 3
        • 3
      • 21
        • 3
        • 7

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32130 แบบที่สอง
  • 32130
    • 2
    • 16065
      • 3
      • 5355
        • 3
        • 1785
          • 3
          • 595
            • 5
            • 119
              • 7
              • 17
ดังนั้น 32130 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32130 = 2 x 3 x 3 x 3 x 5 x 7 x 17
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32130 = 2 x 33 x 5 x 7 x 17 หรือ 21 x 33 x 51 x 71 x 171

2. การแยกตัวประกอบของ 32130 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32130 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32130 นั้นก็คือ 2, 3, 5, 7, 17 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32130

2
)32130
3
)16065
3
)5355
3
)1785
5
)595
7
)119
17
)17
1
ดังนั้น 32130 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32130 = 2 x 3 x 3 x 3 x 5 x 7 x 17
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32130 = 2 x 33 x 5 x 7 x 17 หรือ 21 x 33 x 51 x 71 x 171

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32130

1แยกตัวประกอบของ 32130 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 33 x 51 x 71 x 171
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 4 x 2 x 2 x 2 = 64
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32130 มีทั้งหมด 64 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32130 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇