โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 20163 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 20163

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 20163 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 20163 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 11, 13, 33, 39, 47, 141, 143, 429, 517, 611, 1551, 1833, 6721, 20163
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
20163 ÷ 1=20163เหลือเศษ 0
20163 ÷ 3=6721เหลือเศษ 0
20163 ÷ 11=1833เหลือเศษ 0
20163 ÷ 13=1551เหลือเศษ 0
20163 ÷ 33=611เหลือเศษ 0
20163 ÷ 39=517เหลือเศษ 0
20163 ÷ 47=429เหลือเศษ 0
20163 ÷ 141=143เหลือเศษ 0
20163 ÷ 143=141เหลือเศษ 0
20163 ÷ 429=47เหลือเศษ 0
20163 ÷ 517=39เหลือเศษ 0
20163 ÷ 611=33เหลือเศษ 0
20163 ÷ 1551=13เหลือเศษ 0
20163 ÷ 1833=11เหลือเศษ 0
20163 ÷ 6721=3เหลือเศษ 0
20163 ÷ 20163=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 20163
1 x 20163
3 x 6721
11 x 1833
13 x 1551
33 x 611
39 x 517
47 x 429
141 x 143
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 20163
1 + 3 + 11 + 13 + 33 + 39 + 47 + 141 + 143 + 429 + 517 + 611 + 1551 + 1833 + 6721 + 20163 = 32256
ตัวประกอบของ 20163 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
3, 11, 13, 47
การแยกตัวประกอบคืออะไร

20163 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

20163 = 3 x 11 x 13 x 47
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 20163 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 20163 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 20163 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6721
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20163
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20163 แบบที่หนึ่ง
  • 20163
    • 141
      • 3
      • 47
    • 143
      • 11
      • 13

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20163 แบบที่สอง
  • 20163
    • 3
    • 6721
      • 11
      • 611
        • 13
        • 47
ดังนั้น 20163 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20163 = 3 x 11 x 13 x 47

2. การแยกตัวประกอบของ 20163 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 20163 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20163 นั้นก็คือ 3, 11, 13, 47 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20163

3
)20163
11
)6721
13
)611
47
)47
1
ดังนั้น 20163 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20163 = 3 x 11 x 13 x 47

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 20163

1แยกตัวประกอบของ 20163 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 111 x 131 x 471
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20163 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 20163 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇