ตัวประกอบของ 19514 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19514
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19514 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19514 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19514 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19514 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19514 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 11, 22, 887, 1774, 9757, 19514
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19514 ÷ 1 | = | 19514 | เหลือเศษ 0 |
| 19514 ÷ 2 | = | 9757 | เหลือเศษ 0 |
| 19514 ÷ 11 | = | 1774 | เหลือเศษ 0 |
| 19514 ÷ 22 | = | 887 | เหลือเศษ 0 |
| 19514 ÷ 887 | = | 22 | เหลือเศษ 0 |
| 19514 ÷ 1774 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 19514 ÷ 9757 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 19514 ÷ 19514 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19514
| 1 x 19514 | = | 19514 |
| 2 x 9757 | = | 19514 |
| 11 x 1774 | = | 19514 |
| 22 x 887 | = | 19514 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19514
1 + 2 + 11 + 22 + 887 + 1774 + 9757 + 19514 = 31968
▶ ตัวประกอบของ 19514 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 11, 887
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19514 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19514 = 2 x 11 x 887
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19514 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19514 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19514 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9757
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19514
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19514 แบบที่หนึ่ง
- 19514
- 22
- 2
- 11
- 887
- 22
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19514 แบบที่สอง
- 19514
- 2
- 9757
- 11
- 887
ดังนั้น 19514 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19514 =
2 x 11 x 887
2. การแยกตัวประกอบของ 19514 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19514 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19514 นั้นก็คือ 2, 11, 887 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19514
2)1951411)9757887)8871ดังนั้น 19514 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19514 = 2 x 11 x 887วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19514
1แยกตัวประกอบของ 19514 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 111 x 88712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 887 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19514 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19514 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19514 นั้นก็คือ 2, 11, 887 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19514
2
)19514
11
)9757
887
)887
1
ดังนั้น 19514 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19514 = 2 x 11 x 887
1แยกตัวประกอบของ 19514 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 111 x 8871
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 887 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19514 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19514 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
