ตัวประกอบของ 19113 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19113
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19113 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19113 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19113 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19113 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19113 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 23, 69, 277, 831, 6371, 19113
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19113 ÷ 1 | = | 19113 | เหลือเศษ 0 |
| 19113 ÷ 3 | = | 6371 | เหลือเศษ 0 |
| 19113 ÷ 23 | = | 831 | เหลือเศษ 0 |
| 19113 ÷ 69 | = | 277 | เหลือเศษ 0 |
| 19113 ÷ 277 | = | 69 | เหลือเศษ 0 |
| 19113 ÷ 831 | = | 23 | เหลือเศษ 0 |
| 19113 ÷ 6371 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 19113 ÷ 19113 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19113
| 1 x 19113 | = | 19113 |
| 3 x 6371 | = | 19113 |
| 23 x 831 | = | 19113 |
| 69 x 277 | = | 19113 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19113
1 + 3 + 23 + 69 + 277 + 831 + 6371 + 19113 = 26688
▶ ตัวประกอบของ 19113 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 23, 277
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19113 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19113 = 3 x 23 x 277
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19113 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19113 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19113 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6371
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19113
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19113 แบบที่หนึ่ง
- 19113
- 69
- 3
- 23
- 277
- 69
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19113 แบบที่สอง
- 19113
- 3
- 6371
- 23
- 277
ดังนั้น 19113 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19113 =
3 x 23 x 277
2. การแยกตัวประกอบของ 19113 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19113 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19113 นั้นก็คือ 3, 23, 277 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19113
3)1911323)6371277)2771ดังนั้น 19113 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19113 = 3 x 23 x 277วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19113
1แยกตัวประกอบของ 19113 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 231 x 27712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 277 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19113 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19113 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19113 นั้นก็คือ 3, 23, 277 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19113
3
)19113
23
)6371
277
)277
1
ดังนั้น 19113 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19113 = 3 x 23 x 277
1แยกตัวประกอบของ 19113 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 231 x 2771
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 277 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19113 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19113 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
